พระพุทธศาสนสุภาษิต:”สมาธิ ” กับ “หนทางสายกลาง” เกี่ยวพันกันอย่างไร

“สมาธิ ” กับ “หนทางสายกลาง” เกี่ยวพันกันอย่างไร

ทางสายกลาง หรือ มัชฌิมมรรค เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนทุกคนต้องเคยได้ยิน รู้จัก และเข้าใจ ไปตามสภาพของความใกล้ชิด ความสนใจที่ตนมีต่อพระพุทธศาสนา “มัชฌิมมรรค” หรือ “ทางสายกลาง” เป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าถือว่าสำคัญที่สุด เพราะเป็นหนทางแห่งการเข้าถึงธรรม การตรัสรู้ธรรม เป็นหนทางที่เชื่อมต่อมนุษย์ สวรรค์ และพระนิพพานเข้าไว้ด้วยกันด้วยวิถีของใจ

หนทางสายกลางนี้ ในสมัยต้นๆ มักถูกเรียกว่า “เอกายนมรรค” คือ หนทางสายเอก หรือหนทางสายเดียว แปลไทยเป็นไทยให้เข้าใจมากขึ้น คือ เป็นวิธีการเดียวเท่านั้นในอันที่จะนำพาผู้คนไปสู่สวรรค์และนิพพานได้ ด้วยการปฏิบัติสมาธิฝึกใจ เดินใจเข้าไปในหนทางสายกลาง เริ่มต้น หรือ ตั้งต้นที่จุดศูนย์กลางกายของตน ซึ่งหมายความว่ามนุษย์ทุกคนสามารถเชื่อมต่อตนเองกับสวรรค์และนิพพานได้ด้วย การวางใจ หยุดใจไว้ที่จุดศูนย์กลางกายของตน เพราะ ณ ศูนย์กลางกายของตนนั่นแหละ คือปากประตูที่พร้อมเปิดเข้าสู่หนทางสายกลาง

หนทางสายกลางเริ่มต้นที่ศูนย์กลางกาย แต่การดำเนินใจ หรือพาใจที่มีปกติวิ่งว่ายไม่หยุดนิ่ง ชอบอยู่แต่ภายนอก ไม่ชอบอยู่ภายใน คือ ธรรมชาติของใจมักเคลื่อนไป วิ่งไปเลื่อนลอยไปกับสิ่งต่างๆ กับเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว ใจจึงไม่อยู่กับตัว ชอบเล่นหัวไปเรื่อยตามเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
dhammakaya.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต:6 วิธีสร้างสมาธิ

6 วิธีสร้างสมาธิ     

         พลังสมาธิมีบทบาทช่วยบำบัดโรค มีข้อพิสูจน์มากมาย ทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ดี มีสรรพวิธีประการต่างๆ ที่ช่วยให้คนเราเกิดสมาธิได้ดีขึ้น ถ้าเลือกใช้วิธีให้เหมาะสมกับตน พระ ดร.สิงห์ทน นราสโภ ได้แนะนำทางเลือกที่ช่วยให้เกิดสมาธิไว้ดังนี้ :

         “คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าสมาธิเป็นวิธีที่ทำได้ยาก ต้องเป็นผู้ที่ต้องปลงแล้วเท่านั้นจึงจะทำได้ แต่ความจริงคนเราแต่ละคนก็ตามล้วนต้องมีสมาธิ แม้แต่การทำอะไร จะคิดอะไร ก็ต้องมีสมาธิ จึงจะไม่มีผิดพลาด การจะมีสุขภาพดีก็ต้องมีสติ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้เป็นพระสูตรในการรักษาโรค เช่น โพชฌงค์เจ็ด ก็เริ่มด้วยสติ ซึ่งก็คือสติปัฏฐานสี่ มีบทสรุปที่สำคัญว่า “ไม่ยึดติดไม่แต่นิดเดียวว่า มีตัวของเราหรือมีตัวตน” ซึ่งต่างกับความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ ที่เชื่อในความเป็นอัตตาตัวตน พระองค์ได้มาตรัสในอนัตตลักขณสูตร ได้บอกว่า ไม่มีอัตตา มีแต่ขันธ์ อายตนะ ดังนั้น ถ้าใครก็ตามสามารถทำลายอัตตา ทำลายตัวตน กิเลสก็ไม่มีที่อาศัย โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่มีที่อาศัยเช่นเดียวกัน คนเราที่ทุกข์ก็เพราะมีอัตตาสูง เมื่อมีตัวเราของเราสูง ก็ทำให้เกิดความทุกข์ เพราะเข้าใจว่ามันเป็นตัวเรา เป็นของเรา ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสสอนว่า ต้องทำให้เป็นสติปัฏฐาน เป็นกาย เวทนา จิต และธัมมานุปัสสนา”

         ตรงนี้ละครับ ถ้าได้ตีความให้ลึกซึ้ง นั่นน่าจะเป็นแผนที่เดินทางไปสู่การปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยการมีสติ เข้าถึงซึ่งการรับรู้ความไม่มีตัวตนของสรรพสิ่ง รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บด้วย จึงทำให้เกิดการรักษาโรคได้ด้วยพลังของสมาธิ

ลองมาพิจารณาสรรพวิธีสำหรับการสร้างพลังสมาธิกัน

ก่อนอื่นว่าด้วยวิธีอานาปานสติ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่ามี 16 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก หายใจเข้ายาวก็กำหนดรู้ หายใจออกยาวก็กำหนดรู้

ขั้นตอนที่สอง หายใจเข้าสั้นก็กำหนดรู้ หายใจออกสั้นก็กำหนดรู้

ขั้นตอนที่สาม ถึงแม้ลมหายใจจะสั้นและแผ่วก็กำหนดรู้ได้ว่ามั่นเริ่มตรงไหน เข้าไปและสิ้นสุดตรงไหน ออกจากไหนไปสิ้นสุดตรงไหน

ขั้นตอนที่สี่ ลมหายใจเมื่อฝึกไปจะแผ่วลงๆ แล้ววูบไป เรียกว่าจิตตกภวังค์ ตรงนี้แหละถ้ามีอินทรีย์แก่กล้าพอสมควร ก็จะเข้าอัปปนาสมาธิ จนก้าวสู่ขั้นที่ไม่ยึดติดในตัวตน

         อย่างไรก็ดี พลังสมาธิจะได้มาไม่ใช่ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครไม่เคยฝึกสมาธิมาก่อนตั้งแต่ยังสุขภาพแข็งแรง ครั้นรอให้เจ็บป่วยแล้วค่อยมาฝึกสมาธิ นั่นนับเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง เพราะยามที่คนเราเจ็บป่วย ย่อมต้องมีความเจ็บปวดไม่สบาย ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เวทนาเหล่านี้เป็นเครื่องกีดขวางไม่ให้เกิดสมาธิ จึงต้องอาศัยวิธีอื่นๆ ต่อไป ดังนี้คือ

 

        วิธีที่หนึ่ง ใช้คำว่า “โอม” คำนี้มาจากคำว่า “อุ” “อะ” “มะ” กล่าวคือ “อุ” ได้แก่ อุตตมธรรม คือธรรมะของพระพุทธเจ้า “อะ” คืออรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า “มะ” คือมหาสังฆะ คือพระสงฆ์ ให้ใช้วิธีหายใจยาวให้ท้องพองเต็มที่ แล้วเปล่งเสียง “โอม” ขณะที่เปล่งเสียงใช้จิตกำหนดที่ระหว่างคิ้ว ถ้าทำไปแล้วจะเห็นรังสีหรือออร่าของตัวเอง เป็นการตรวจสอบออร่าของตัวเองด้วย ถ้าเห็นสีม่วง สีคราม สีน้ำเงินแก่ สีเขียว ส้ม แดง ก็แสดงว่าสุขภาพไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถ้าเห็นเป็นสีเทา ก็แสดงได้ว่าตนกำลังเจ็บป่วยอยู่ หรือเป็นโรคอยู่แต่กำลังจะหาย แต่ถ้าเห็นเป็นสีดำแสดงว่าท่านอาจกำลังจะมีภัย หรือเจ้าตัวมีโรคทางใจ มีราคะ โทสะ โมหะ ก็จะมีสีดำเช่นกัน

        วิธีใช้เสียงโอม ให้เริ่มจากการใช้เสียงสูงก่อน ร้องให้ยาวที่สุด ตามด้วยเสียงโอมที่ต่ำลงทีละน้อย ต่ำลงๆ จนไม่อาจจะเปล่งได้ เสียงสั่นสะเทือนที่ถูกเปล่งจากสูงมาหาต่ำ จะสร้างช่วยกระตุ้นจักระต่างๆ ในตัว มีผลในการรักษาโรคภัยเจ็บ

        วิธีที่สอง เป็นวิธีของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ให้ใช้สวดบทอิติปิโสว่าให้ได้ 9 จบชั่วอึดใจหนึ่ง คือใช้บทพุทธคุณบทเดียว คิดดูก็แล้วกันว่าใครที่ตามที่สามารถว่าถึง 9 จบภายในลมหายใจเดียว ย่อมทั้งท่องบทสวดนั้นได้คล่องมาก และต้องมีลมหายใจยาวมากด้วย เวลาสวดก็ใช้เสียงสูงกลางต่ำให้เพลินไป เวลาหัดแรกๆ ก็อาจไม่ถึง 9 จบ ก็ไม่เป็นไร นานๆ ก็ได้เอง

        วิธีที่สาม เป็นวิธีแบบโยคะ หรือปราณยาม คือ :

- หายใจเข้ายาวๆ นับในใจ 5

- จากนั้นอดกลั้นลมหายใจยาวเป็นสองเท่าของลมหายใจเข้า นับในใจ 10

- แล้วหายใจออกนับในใจ 5

- จากนั้นปล่อยให้ว่าง นับในใจอีก 5

          เริ่มหัดจาก 5, 10, 5, 5 แล้วเพิ่มเป็น 6, 12, 6, 6 ต่อไปเพิ่มเป็น 7, 14, 7, 7 จนถึง 10, 20, 10, 10 ด้วยการฝึกเช่นนี้ลมหายใจจะยาวขึ้นๆ เกิดการฟอกล้างลมปราณ สารพิษจากตัวด้วย แถมยังเป็นบาทฐานในการฝึกอานาปานสติภาวนาอีกต่างหาก

          วิธีที่สี่ เป็นวิธีของ น.พ.แอนดรูว์ ไวล์ เขียนใน Spontaneous Healing กล่าวถึงการกระตุ้นร่างกายให้รักษาตัวเอง โดยสนใจเป็นพิเศษทำอย่างไรให้เราเข้าสมาธิได้ ได้ใช้นักศึกษาทดลองวิธีต่างๆ แล้วสรุปว่า “ถ้าใครอยากจะเข้าสมาธิหรือเข้าฌานได้ จะต้องฝึกลมหายใจให้ยาว คือ 1 นาทีหายใจได้ 6 ครั้ง” ฝึกจนกระทั่งในภาวะปกติก็เป็นแบบนี้ ถ้าใครฝึกได้อย่างนี้ เมื่อไหร่จะเข้าฌานก็จะเข้าฌานได้ง่าย ให้เกิดปีติ เกิดสุขขึ้นในระหว่างเข้าถึงอัปปนาสมาธิ หรือถ้าใครฝึกลมหายใจยาว แม้จะเข้าฌานยังไม่ได้ก็จะมีสุขภาพดี จะไม่มีโรคปวดหัว ไมเกรน นอนไม่หลับ ความดันสูง ความดันต่ำ หรือระบบย่อยอาหารทั้งหลาย

          วิธีที่ห้า เป็นวิธีที่โบราณจารย์ของไทยฝึกสอนกันมา คือให้ดำน้ำทำตะกรุด จะมีรูปแบบของตะกรุดแล้วแต่อาจารย์ท่านไหน จะแนะให้ลูกศิษย์เขียนตะกรุด โดยใช้ทีแรกเป็นแผ่นทองเหลือง ต่อมาให้สูงขึ้นเป็นเงิน เป็นนาก และเป็นทองคำ เมื่อเริ่มเขียนจรดเหล็กจานลง ก็ให้เขียนให้เสร็จแล้วก็ม้วนมาให้อาจารย์ดู อาจารย์เพียงแต่ดูก็จะรู้ว่าลูกศิษย์มีสมาธิขนาดไหน

          พระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสไว้ว่า คนตาย คนเข้าสมาธิ คนดำน้ำ และคนอยู่ในท้องแม่ อยู่ในสภาวะที่ไม่หายใจ แต่การจะทำได้ ไม่ใช่จู่ๆ ก็ทำได้ โดยพยายามอดลมหายใจเอง ถ้าร่างกายไม่พร้อม การอดกลั้นลักษณะนั้นก็เป็นการทรมานตัวเอง ซึ่งพระพุทธเจ้าไม่ทรงเห็นด้วย แต่ถ้าฝึกลมหายใจไปแต่ละขั้นตอน สุดท้ายก็ฝึกนั้นจะทำให้เรามีอินทรีย์แก่กล้า สามารถทำได้เอง เพราะมีความพร้อมที่เข้าสมาธิ จิตจะตกวูบเข้าสู่ฌานจิต

          วิธีที่หก คือการสวดมนต์ เป็นวิธีสำคัญมากที่คนไทยเรามีมาแต่โบราณ แท้จริงการสวดมนต์ให้ถูกต้องจะได้บุญถึง 10 ประการ การสวดให้ดีต้องสวดให้ออกเสียง ไม่ใช่สวดอ้อมแอ้ม สวดให้ดีต้องออกเสียง ยิ่งดังยิ่งดี เป็นพลัง vibration เป็นการสั่นสะเทือนแบบขัดเกลา การสวดมนต์จะช่วยให้ได้ประโยชน์ทั้งสามประการ โดยเฉพาะสวดไปๆ จะเกิดการขัดเกลา เกิดการน้อมรับ ซึมซับ ธรรมะซึมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว มีตัวอย่างมากมายสวดไปแล้ว เกิดผุดรู้ ผุดเห็น สามารถบรรลุตามพลังบารมีที่ตัวได้บำเพ็ญมา เกิดการปฏิบัติตามมรรคแปดโดยไม่รู้ตัว

         เหล่านี้ท่านประมวลมาเป็นวิธีลัดไปสู่ฌานจิต ซึ่งเป็นจุดที่กายและจิตสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว และเกิดการบำบัดรักษาตนเองของ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
tumtarn.igetweb.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดทุกข์

หมวดทุกข์

อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ ทุกฺขํ

อับปิยานัดจะทัดสะนังทุกขัง

การพบเห็นสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์

 

ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ

ปิยานังอะทะสะนังทุกขัง

การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์

 

อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา

อะกิจจะนังนานุปะตันติทุกขา

ทุกข์ ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล

 

ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต

ทุกขังเสติปะราชิโต

ผู้แพ้ ย่อมอยู่เป็นทุกข์

 

ทุกฺขํ อนาโถ วิหรติ

ทุกขังอะนาโถวิหะระติ

คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์

 

อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก

อินาทานังทุกขังโลเก

การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก

 

ทฬิทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก

ทะฬิททิยังทุกขังโลเก

ความจน เป็นทุกข์ในโลก

 

สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา

สังขาราปะระมาทุกขา

สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
phuttha.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดมิตร

-สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ จเรยฺย เตนตฺตมโน สติมา
สะเจละเภถะนิปะกังสะหายังจะเรยยะเตนัดตะมะโนสะติมา
ถ้าได้สหายผู้รอบคอบ พึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา

-นตฺถ พาเล สหายตา
นัดถะพาเลสะหายะตา
ความเป็นสหายไม่มีในคนพาล

-ภริยา ปรมา สขา
ภะริยาปะระมาสะขา
ภรรยาเป็นเพื่อนสนิท

-มิตฺตทุพโภ หิ ปาปโก
มิดตะทุพะโภหิปาปะโก
ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้

-สพพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ
สะพะพัดถะปูชิโตโหติโยมิดตานังนะทุบพะติ
ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง

-สหาโย อตฺถชาตสฺส โหติ มิตฺตํ ปุนปฺปุนํ
สะหาโยอัดถะชาตัดสะโหติมิดตังปุนับปุนัง
สหายเป็นมิตรของผู้มีความต้องการเกิดขึ้นเนือง ๆ

-มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร
มาตามิดตังสะเกฆะเร
มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
phuttha.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดไม่ประมาท

อัปปมาทวรรค - หมวดไม่ประมาท

     -อปฺปมาทญฺจ เมธาวี     ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ
ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐ

     -อปฺปมตฺตา น มียนฺต    
ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย

     -อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต     ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ
ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์

     -อปฺปมาโท อมตํ ปทํ    
ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย

     -อปฺปมตฺโต ปมตฺเตสฺ     สุตฺเตสุ พหุชาคโร    อพลสฺสํว สีฆสฺโส    หิตฺวา ยาติ สุเมธโส
คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ ย่อมละทิ้งคนนั้น เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว ทิ้งม้าไม่มีกำลังไป ฉะนั้น

     -อุฏฺฐานวโต สติมโต     สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมาการิโน สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน     อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ
ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท

ขอขอบคุณที่มาจาก
heritage.thaigov.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดตน

อัตตวรรค - หมวดตน

 อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย    
         ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี
 
อตฺตา สุทนฺโต ปุริสสฺส โชติ     
         ตนที่ฝึกดีแล้วเป็นแสงสว่างของบุรุษ  

 

อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ     
         ตนทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง

อตฺตตฺถปัญฺญา อสุจี มนุสฺสา     
         มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด

อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา     รกฺเขยฺย นํ สุรกฺขิตํ  อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา    ยถญฺญมนุสาสติ 
         ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ควรรักษาตนนั้นให้ดี ถ้าพร่ำสอนผู้อื่นฉันใด ก็ควรทำตนฉันนั้น

สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม 
         ผู้ฝึกตนดี ควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก

อตฺตานํ ทมยนฺติ สุพฺพตา     
         ผู้ประพฤติดี ย่อมฝึกตน
 
ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร 
         จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น

อตฺตานเมว ปฐมํ     ปฏิรูเป นิเวสเย   อถญฺญมนุสาเสยฺย    น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต 
         บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง

ขอขอบคุณที่มาจาก
heritage.thaigov.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต

พระพุทธศาสนสุภาษิต
 

 

   -ยํ เว เสวติ ตาทิโส
คบคนเช่นไร ย่อมเป็นคนเช่นนั้น
     -ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส
คบคนชั่วนำแต่ความทุกข์มาให้
     -ยถาวาที ตถาการี
พูดอย่างไร ต้องทำอย่างนั้น
     -อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
การชนะตนเองเป็นสิ่งดีที่สุด
     -อตฺตตฺปญฺญา อสุจี มนุสฺสา
มนุษย์ผู้เห็นแก่ตัว เป็นคนสกปรก
     -อปฺปมตฺตา น มียนฺติ
ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย
     -สุกรํ สาธุนา สาธุ
ความดี อันคนดีทำได้ง่าย
     -โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ
ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข
     -จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ
จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้
     -สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
การให้ธรรมะย่อมชนะการให้ทั้งปวง
     -ททมาโน ปีโย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
     -อกฺโกเธน ชิเน โกธํ
พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ
     -ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต
ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
     -สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
การสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
     -สุวิชาโน ภวํ โหติ
ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ
     -ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร
พ่อแม่เป็นบูรพาจารย์ของบุตร
     -มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร
พ่อแม่เป็นมิตรที่ดีในเรือน
     -มาตา อรหํ สเก ฆเร
พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ในบ้าน
     -นตฺถิ พาเล สหายตา
ความเป็นเพื่อนไม่มีในคนพาล
     -วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ
คนพ้นจากความทุกข์ได้เพราะความเพียร
     -อพฺยาปชฌํ สุขํว โลเก
ความไม่เบียดเบียนเป็นสุขในโลก
     -สุจฺจํ เว อมตา วาจา
คำสัตย์จริง เป็นสิ่งไม่ตาย
     -นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี
     -อโรคยปรมา ลาภา
ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
     -ททมาโน ปีโย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
     -ทนฺโต เสฎฺโฐ มนุสฺเสสุ
มนุษย์ที่ฝึกตนเองดีแล้ว เป็นคนประเสริฐ
     -สุ.จิ.ปุ.ลิ. วินิตุตฺโต กถํ โส ปณฺฆิโต ภเว
คนที่ปราศจาก สุ.จิ.ปุ.ลิ. จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร
     -อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสํสติ
ทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง
     -ปญฺญาว ธเนน เสยฺโย
ปัญญาแลประเสริฐกว่าทรัพย์
     -สุกรํ สาธุนา สาธุ
ความดี อันคนดีทำได้ง่าย
     -สีเลน สุคติ ยนฺติ
ศีลย่อมนำไปสู่สุคติ
     -สีเลน โภคสมฺปทา
ศีลย่อมทำให้โภคทรัพย์เจริญ
     -อเนกาสี ลภเต สุขํ
กินคนเดียวย่อมไม่มีความสุข
     -ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ
ธรรมะที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
     -อิณทานํ ทุกฺขํ โลเก
การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก
     -ทฬิทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก
ความจน เป็นทุกข์ในโลก
     -จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ
จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
     -ทุกฺขธ สยติ โกธโน
คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
     -ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
     -กลํยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว
     -สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ
ความดี อันคนชั่วทำได้ยาก
     -นิสมฺม กรณํ เสยฺโย
คิดให้รอบคอบก่อนแล้วจึงทำดีกว่า
     -อปฺปมาโท อมตํ ปทํ
ความไม่ประมาท เป็นทางแห่งความไม่ตาย
     -ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ
ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
     -ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี
ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
     -มาตาปีตุอุปฎฺฐานํ
การเลี้ยงดูมารดาบิดา
     -วินโย จ สุสิกฺชิโต
วินัยที่ศึกษาดีแล้ว เป็นมงคลแก่ชีวิต
     -อตีตํ นานฺวาคเมยฺย
ไม่ควรคิดคำนึงอดีตที่ผ่านไปแล้ว
     -ทนฺโต เสฎฺโฐ มนุสฺเสสุ
คนที่ฝึกฝนตนเองดีแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด
     -นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
ความสุขที่ยิ่งกว่าความสงบย่อมไม่
 

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล
social.satitpatumwan.ac.th

พุทธศาสนสุภาษิต:หมวดตัณหา

หมวดตัณหา

๑. มนุชสฺส ปมตฺตจาริโน ตณฺหา วฑฺฒติ มาลุวา วิย โส ปริปฺลวติ หุราหุรํ ผลมิจฺฉํว วนสฺมึ วานโร ฯ ๓๓๔ ฯ

สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่อย่างประมาท ตัณหามีแต่จะเจริญเหมือนเถาวัลย์ เขาย่อมกระโดดจากภพนี้ไปสู่ภพอื่น เหมือนวานรโลภผลไม้ โลดแล่นอยู่ในป่า

Of the person addicted to heedless living Craving grows like a creeping. Such a man jumps from life to life Like a monkey craving fruit in the wilds.

๒. ยํ เอสา สหเต ชมฺมี ตณฺหา โลเก วิสตฺติกา โสกา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ อภิวุฏฺฐํว วีรณํ ฯ ๓๓๕ ฯ

ตัณหาอันลามก มีพิษร้าย ครอบงำบุคคลใด ในโลก เขาย่อมมีแต่โศกเศร้าสลด เหมือนหญ้าถูกฝนรด ย่อมงอกงาม

Whoso in the world is overcome By this craving poisonous and base, For him all sorrow increases As Virana grass that is watered well.

๓. โย เจตํ สหเต ชมฺมึ ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ โสกา ตมฺหา ปปตนฺติ อุทวินฺทุว โปกฺชรา ฯ ๓๓๖ ฯ

ผู้ใดเอาชนะตัณหาลามก ที่ยากจะเอาชนะได้นี้ ความโศกย่อมตกไปจากผู้นั้น เหมือนหยาดน้ำ ตกจากใบบัว

But whoso in the world overcomes This base craving, difficult to overcome-
His sorrow falls away from him As water drops from a lotus leaf.

๔. ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา ตณฺหาย มูลํ ขนถ อุสีรตฺโถว วีรณํ มา โว นฬํว โสโตว มาโร ภญฺชิ ปุนปฺปุนํ ฯ ๓๓๗ ฯ

เราขอบอกความนี้แก่พวกเธอ ขอให้พวกเธอผู้มาชุมนุมกัน ณ ที่นี้ มีความเจริญ  ขอให้พวกเธอขุดรากตัณหา
 เหมือนถอนรากหญ้ารก พวกเธออย่าปล่อยให้มารรังควาญบ่อยๆ เหมือนกระแสน้ำค่อยๆเซาะต้อนอ้อล้ม

This I say unto you: Good luck to you all who have assembled here.
As one roots out fragrant Virana grass, So do you dig up craving by its root.
Let not Mara crush you again and again As the river flood crushing a reed.

๕. ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปูนเรว รูหติ เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต นิพฺพตฺตตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ ฯ ๓๓๘ ฯ

เมื่อรากยังแข็งแรง ไม่ถูกทำลาย ต้นไม้แม้ที่ถูกตัดแล้ว ก็งอกได้ใหม่ฉันใด เมื่อยังทำลายเชื้อตัณหาไม่ได้หมด ความทุกข์นี้ก็ย่อมเกิดขึ้นได้เรื่อยไปฉันนั้น

As a tree cut down sprouts forth again If its roots remain undamaged and firm, Even so, while latent craving is not removed, This sorrow springs up again and again.

๖. ยสฺส ฉตฺตึสตี โสตา มนาปสฺสวนา ภุสา มหา วหนฺติ ทุทฺทิฏฺฐึ สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา ฯ ๓๓๙ ฯ

กระแสตัณหา ๓๖ สายอันเชี่ยวกราก ที่ไหลไปยังอารมณ์อันน่าปรารถนา ไหลบ่าท่วมท้นจิตใจใคร ความครุ่นคิดคำนึงที่แฝงราคะ ย่อมจะชักนำให้เขาเห็นผิดคิดไข้วเขว

In whom are strong the thirth-six torrents Of craving flowing towards pleasurable objects- Then the great flood of lustful thoughts Carries off that misunderstanding man.

๗. สวนฺติ สพฺพธี โสตา ลตา อุพฺภิชฺช ติฏฺฐติ ตญฺจ ทิสฺวา ลตํ ชาตํ มูลํ ปญฺญาย ฉินฺทถ ฯ ๓๔๐ ฯ

กระแสน้ำคือตัณหา ไหลไปทุกหนทุกแห่ง เถาวัลย์คือกิเลส ก็ขึ้นรกไปทั่ว เมื่อเห็น เถาวัลย์นั้นงอกงามแล้ว พวกเธอจงตัดรากมันด้วยมีดคือปัญญา

Everywhere flow the craving-streams, Everywhere the creepers sprout and stand. Seeing the creepers that have sprung high Do you cut their roots with your wisdom-knife.

๘. สริตานิ สิเนหิตานิ จ โสมนสฺสานิ ภวนฺติ ชนฺตุโน เต สาตสิตา สุเขสิโน เต เว ชาติชรูปคา นรา ฯ ๓๔๑ ฯ

สัตว์ทั้งหลาย มีแต่โสมนัส ชุ่มชื้นไปด้วยรักเสน่หา ซาบซ่านในกามารมณ์ทั้งปวง
พวกเขาใฝ่แสวงแต่ความสุขสันต์หรรษา ก็ต้องเกิดต้องแก่อยู่ร่ำไป

To beings there arise wide-ranging pleasures That are moistened with lustful desires.Bent on pleasures, seeking after sexual joys, They, verily, fall prey to birth-and decay.

๙. ตสิณาย ปุรกฺขตา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโสว พาธิโต สํโยชนสงฺคสตฺตา ทุกฺขมุเปนฺติ ปุนปฺปุนํ จิราย ฯ ๓๔๒ ฯ

เหล่าสัตว์ ติดกับตัณหา การเสือกกระสน ดุจกระต่ายติดบ่วง สัตว์ทั้งหลายติดอยู่ในกิเลสเครื่องผูกมัด ย่อมประสบทุกข์บ่อยๆ ตลอดกาลนาน

Enwrapped in lust, beings run about, Now here now there like a captive hare. Held fast by fetters they suffer Again and again for long.

๑๐. ตสิณาย ปุรกฺขตา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโสว พาธิโต ตสฺมา ตสิณํ วิโนทเยภิกฺขุ อากงฺชํ วิราคมตฺตโน ฯ ๓๔๓ ฯ

เหล่าสัตว์ ติดกับตัณหา กระเสือกกระสน ดุจกระต่ายติดบ่วง ฉะนั้นภิกษุ เมื่อหวังให้กิเลสจางคลาย ก็พึงทำลายตัณหาเสีย

Enwrapped in lust, beings run about, Now here now there like a captive hare. So let a bhikkhu shake off craving If he wishes his own passionlessness.

๑๑. โย นิพฺพนฏฺโฐ วนาธิมุตฺโต วนมุตฺโต วนเมว ธาวติ ตํ ปุคฺคลเมว ปสฺสถ มุตฺโต พนฺธนเมว ธาวติ ฯ ๓๔๔ ฯ

บุคคลใดสละเพศผู้ครองเรือน ถือเพศบรรพชิตปราศจากเรือน พ้นจากป่ากิเลสแล้วยังวิ่งกลับไปหาป่านั้นอีก พวกเธอจงดูบุคคลนั้นเถิด เขาออกจากที่คุมขังแล้วยังวิ่งกลับเข้าที่คุมขังอีก

Released from jungle of the household life, He turns to the bhikkhu jungle-life. Though freed from the household wilds He runs back to that very wilds again. Come indeed and behold such a man. Freed he turns to that bondage again.

๑๒. น ตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา ยทายสํ ทารุชปพฺพฃญฺจ สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา ฯ๓๔๕ ฯ

เครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็ก ไม้ และปอป่าน ท่านผู้รู้กล่าวว่า ยังไม่ใช่เครื่องจองจำที่มั่นคง แต่ความกำหนัดยินดีในเครื่องเพชร บุตร ภริยา เป็นเครื่องจองจำที่มั่นคงยิ่งนัก

Not strong are bonds made of iron, Or wood, or hemp, thus say the wise.
But attachment to jewelled ornaments, Children and wives is a strong tie.

๑๓. เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา โอหารินํ สิถิลทุปฺปมุญฺจํ เอตํปิ เฉตฺวาน ปริพฺพชนฺติ อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหาย ฯ ๓๔๖ ฯ

ท่านผู้รู้กล่าวว่า เครื่องจองจำชนิดนี้มั่นคง มักฉุดลากลงที่ต่ำ คล้ายผูกไว้หลวมๆแต่แก้ยากนัก ผู้รู้ทั้งหลายจึงทำลายเครื่องจองจำนี้เสีย ละกามสุขออกบวชโดยไม่ไยดี

This is a strong bond, says the wise, Down-hurling, loose but hard to untie.
This too they cut off and leave the world, With no longing, renouncing the sense-pleasures.

๑๔. เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ สยํ กตํ มกฺกฏโกว ชาลฺ เอตํปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา อนเปกฺขิโน สพฺพทุกฺขํ ปหาย ฯ ๓๔๗ ฯ

ผู้ถูกราคะครอบงำ ย่อมถลำลงสู่กระแสตัณหา เหมือนแมลงมุมตกลงไปยังใยที่ตนถักไว้เอง ผู้ฉลาดทั้งหลาย จึงทำลายเครื่องจองจำนี้ ละทุกข์ทั้งปวง ออกบวชโดยไม่ไยดี

They who are attached to lust fall back To (craving’s) streams as a spider self-spun web; This too the wise cut off and ‘go forth’, With no longing, leaving all sorrow behind.

๑๕. มุญฺจ ปุเร มุญฺจ ปจฺฉโต มชฺเฌ มุญฺจ ภวสฺส ปารคู สพฺพตฺถ วิมุตฺตมานโส น ปุน ชาติชรํ อุเปหิสิ ฯ ๓๔๘ ฯ

จงปล่อยวางทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน และอยู่เหนือความมีความเป็น เมื่อใจหลุดพ้นจากทุกอย่างแล้ว พวกเธอจักไม่เกิดไม่แก่อีกต่อไป

Let go the past, let go the future too, Let go the present and go beyond becoming. With mind released from everything, To birth-and-decay you shall come no more.

๑๖. วิตกฺกมถิตสฺส ชนฺตุโน ติพฺพราคสฺส สุภานุปสฺสิโน ภิยฺโย ตณฺหา ปวฑฺฒติ เอส โข ทฬฺหํ กโรติ พนฺธนํ ฯ ๓๔๙ ฯ

ผู้เป็นทาสวิตกจริต มีจิตกำหนัดยินดี ติดอยู่ในสิ่งที่สวยงาม มีแต่จะพอกความอยากให้หนา กระชับเครื่องพันธนาการให้แน่นเข้า

For him who is of restless mind, Who is of powerful passions, Who sees but the pleasurable, Craving increases all the more. Indeed he makes the bond strong.

๑๗. วิตกฺกูปสเม จ โย รโต อสุภํ ภาวยตี สทา สโต เอส โข พฺยนฺติกาหติ เอสจฺฉินฺทติ มารพนฺธนํ ฯ ๓๕๐ ฯ

ผู้ตั้งใจระงับความคิดฟุ้งซ่าน เจริญอสุภกรรมฐานวิธี มีสติทุกเวลา จักขจัดตัณหาหมดสิ้นไป ทำลายเครื่องผูกของมาร

He who delights in subduing thoughts, He who meditates on impurities of things, He who is ever full of mindfulness- It is he who will make an end of suffering And destroy the Mara’s bond.

๑๘. นิฏฺฐงฺคโต อสนฺตาสี วีตตณฺโห อนงฺคโณ อจฺฉินฺทิ ภวสลฺลานิ อนฺติโมยํ สมุสฺสโย ฯ ๓๕๑ ฯ

พระอรหันตฺผู้ลุถึงจุดหมายปลายทางแล้ว หมดความสุดุ้ง หมดกิเลสตัณหาแล้ว หักลูกศรคือกิเลสประจำภพแล้ว ร่างกายนี้เป็นร่างสุดท้ายของท่าน

He has reached the final goal, He is fearless, without lust, without passions.
He has broken the shafts of existence. Of such an arahant this body is his last.

๑๙. วีตตณฺโห อนาทาโน นิรุตฺติปทโกวิโท อกฺชรานํ สนฺนิปาตํ ชญฺญา ปุพฺพาปรานิ จ สเว อนฺติมสารีโร มหาปญฺโญ มหาปุรโสติ วุจฺจติ ฯ ๓๕๒ ฯ

หมดตัณหา ไม่ยึดมั่น ฉลาดในนิรุกติ รู้กลุ่มอักษรและรู้ลำดับหน้าหลัง ท่านผู้มีสรีระสุดท้ายนี้แล เรียกว่า มหาปราชญ์ และ มหาบุรุษ

Free from craving and grasping, Well-versed in analytical knowledge,
Knowing the texual orders and their sequence, He of his last body is, indeed, called One of great wisdom and a great man.

๒๐. สพฺพาภิภู สพฺพวิทูหมสฺมิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํ ฯ ๓๕๓ ฯ

เราเอาชนะทุกอย่าง เราตรัสรู้ทุกอย่าง เรามิได้ติดในทุกอย่าง เราละได้ทุกอย่าง เราเป็นอิสระเพราะสิ้นตัณหา เราตรัสรู้ด้วยตนเอง และจะอ้างใคร เป็นครูเราเล่า

All have I overcome, All do I know, From all am I detached, All have I removed, Thorougly freed am I Through the destruction of craving, Having realized all by myself, Whom shall I call my teacher?

๒๑. สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ สพฺพํ รสํ ธมฺมรโส ชินาติ สพฺพํ รตึ ธมฺมรตี ชินาติ ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ ฯ ๓๕๔ ฯ

ธรรมทาน ชนะทานทุกอย่าง รสพระธรรม ชนะรสทุกอย่าง ความยินดีในธรรม ชนะความยินดีทุกอย่าง ความสิ้นตัณหา ชนะทุกข์ทุกอย่าง

All gifts the gift of Truth excels. All tastes the taste of Truth excels. All delights the delight in Truth excels. All sorrows the end of craving excels.

๒๒. หนนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ โน จ ปารคเวสิโน โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ ฯ ๓๕๕ ฯ

โภคทรัพย์ ทำลายคนโง่ แต่ทำลายคนที่ใฝ่แสวงนิพพานไม่ได้ เพราะโลภในโภคทรัพย์ คนโง่ย่อมทำลายคนอื่น และ (ผลที่สุดก็ทำลาย) ตนเอง

Riches ruin the fool But not those seeking Nibbana. Craving for wealth, the foolish man Ruins himself by destroying others.

๒๓. ติณโทสานิ เขตฺตานิ ราคโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตราเคสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๖ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย ราคะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากราคะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Lust is the bane of mankind. Hence offerings made to lustless ones Yield abundant fruit.

๒๔. ติณโทสานิ เขตฺตานิ โทสโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตโทเสสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๗ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย โทสะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากโทสะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Hate is the bane of mankind. Hence offerings made to hateless ones Yield abundant fruit.

๒๕. ติณโทสานิ เขตฺตานิ โมหโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตโมเหสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย โมหะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากโมหะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Delusion is the bane of mankind. Hence offerings made to delusionless ones Yield abundant fruit.

๒๖. ติณโทสานิ เขตฺตานิ อิจฺฉาโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วิคติจฺเฉสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๙ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย ความอยาก ทำให้คนเสียหาย ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากความอยาก จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Thirst is the bane of mankind.
Hence offerings made to thirstless ones Yield abundant fruit.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
dmc.tv

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดพระพุทธเจ้า

หมวดพระพุทธเจ้า

          ๑. ยสฺส ชิตํ นาวชียติ ชิตมสฺส โน ยาติ โกจิ โลเก ตํ พุทฺธมนนฺตโคจรํ อปทํ เกน ปเทน เนสฺสถ

พระพุทธเจ้าพระองค์ใด ทรงชนะกิเลสได้เด็ดขาด กิเลสที่ทรงชนะแล้วไม่ติดตามพระองค์ไปอีก พระพุทธเจ้าองค์นั้น ทรงมีพระสัพพัญญุตญาณหาที่สุดมิได้ ไม่ไปตามทางของกิเลสแล้ว พวกเธอจะนำท่านไปตามทางไหนเล่า

Whose conquest is not turned into defeat,Whom not even a bit of conquered passion follows-That trackless Buddha of infinite range,By which way will you lead him?

          ๒. ยสฺส ชาลินี วิสตฺติกา ตณฺหา นตฺถิ กุหิญฺจิ เนตเว ตํ พุทฺธมนนฺตโคจรํ อปทํ เกน ปเทน เนสฺสถ

พระพุทธเจ้าพระองค์ใด ไม่มีตัณหาดังตาข่าย อันมีพิษสงร้ายกาจ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระสัพพัญญุตญาณหาที่สุดมิได้ ไม่ไปตามทางของกิเลสแล้ว พวกเธอจะนำท่านไปตามทางไหนเล่า

Whom no entangling and poisonous Passions can lead astray- That trackless Buddha of infinite range,By which way will you lead him?

          ๓. เย ฌานปฺปสุตา ธีรา เนกฺขมฺมูปสเม รตา เทวาปิ เตสํ ปิหยนฺติ สมฺพุทฺธานํ สตีมตํ

เหล่าเทวดาย่อมรักธีรชน ผู้ขวนขวายในกรรมฐาน ยินดีในนิพพานอันสงบ มีสติและรู้แจ้งจบสัจธรรม

Absorbed in meditation pratice,Delighting in the peace of Nibbana Mindful, wise and fully enlightened-Such men even the gods hold dear.

          ๔. กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท

ยาก ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ยาก ที่ชีวิตสัตว์อยู่สบาย ยาก ที่จะได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ ยาก ที่พระสัมพุทธจะอุบัติมา

Hard is it to be born as a man,Hard is the life of mortals,Hard is it to hear the Truth Sublime,Hard as well is the Buddha’s rise.

          ๕. สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนฺ เอตํ พุทฺธาน สาสนํ

ไม่ทำความชั่วทุกชนิด ทำแต่ความดี ทำใจให้ผ่องใส นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

Abstention from all evil,Cultivation of the wholesome,Purification of the heart;This is the Message of the Buddhas.

          ๖. ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา น หิ ปพฺพฃิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต

ขันติคือความอดทน เป็นตบะอย่างยอด นิพพาน ท่านผู้รู้กล่าวว่าเป็นยอด ผู้ที่ยังทำร้ายผู้อื่นอยู่ ไม่จัดว่าเป็นบรรพชิต ผู้ที่ยังเบียดเบียนคนอื่นอยู่ ไม่จัดว่าเป็นสมณะ

Forbearance is the highest ascetic practice,’Nibbana is supreme’; say the Buddhas.he is not a ‘gone forth’ who harms another.He is not a recluse who molests another.

          ๗. อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธาน สาสนํ

ไม่ว่าร้ายใคร ไม่กระทบกระทั่งใคร ระมัดระวังในปาติโมกข์ บริโภคพอประมาณ อยู่ในสถานสงัด ฝึกหัดจิตให้สงบ นี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

To speak no ill,To do no harm,To observe the Rules,To be moderate in eating,To live in a secluded abode,To devote onself to meditation-This is the Message of the Buddhas.

          ๘. น กหาปณวสฺเสน ติตฺติ กาเมสุ วิชฺชติ อปฺปสฺสาทา ทุกฺขา กามา อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต

          ๙. อปิ ทิพฺเพสุ กาเมสุ รตึ โส นาธิคจฺฉติ ตณฺหกฺขยรโต โหติ สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก

ถึงแม้เงินตราจะไหลมาดังห่าฝน ความอยากของคนก็หาอิ่มไม่ กามวิสัยทั้งหลายมีความสุขจริงๆน้อย เต็มไปด้วยความทุกข์สารพัด รู้ชัดดังนี้แล้ว สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมไม่ยินดีในกามารมณ์แม้ที่เป็นทิพย์ หากแต่ยินดีในทางสิ้นกิเลสตัณหา

Not in a rain of golden coins Is satisfaction to be found. ‘ Of little joy, but painful are sensual pleasures’;Thus the wise man clearly comprehends.Even in the heavenly pleasures He finds no satisfaction. In the destruction of all desires,
The Fully Awakened One’s disciple delights.

          ๑๐. พหู เว สรณํ ยนฺติ ปพฺพตานิ วนานิ จ อารามรุกฺขเจตฺยานิ มนุสฺสา ภยตชุชิตา

คนเป็นจำนวนมาก เมื่อภัยมาถึงตัว พากันยึดเอาสิ่งต่างๆเป็นที่พึ่ง อาทิ ภูเขา ป่าไม้ สวน ต้นไม้ และเจดีย์

Many men in their fear Betake themselves for a refuge To hills, woods, gardens Sacred trees and shrines.

          ๑๑. เนตํ โข สรณํ เขมํ เนตํ สรณมุตฺตมํ เนตํ สรณมาคมฺม สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ

นั่นมิใช่ที่พึ่งอันปลอดภัย นั่นมิใช่ที่พึ่งอันสูงสุด อาศัยที่พึ่งชนิดนั้น ก็ไม่พ้นทุกข์ทั้งปวงได้

Such a refuge is not secure, Such a refuge is not supreme. To such a refuge shoulf one go,One is not released from all sorrow.

          ๑๒. โย จ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ สรณํ คโต จตฺตาริ อริยสจฺจานิ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ 

          ๑๓. ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ อริยญฺจฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ทุกฺขูปสมคามินํ

ผู้ถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ย่อมเห็นอริยสัจด้วยปัญญาชอบ คือ ทุกข์, เหตุของทุกข์, ความดับทุกข์ และ อริยมรรคมีองค์แปด อันเป็นทางดับทุกข์

He who takes refuge in The Buddha, the Dharma and the Sangha Sees with wisdom the Four Noble Truths:Suffering,
The Cause of Suffering, The Cessation of Suffering,The Noble Eightfold Path leading to The Cessation of Suffering.

          ๑๔. เอตํ โข สรณํ เขมํ เอตํ สรณมุตฺตมํ เอตํ สรณมาคมฺม สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ

นั่นแลคือที่พึ่งอันปลอดภัย นั่นคือที่พึ่งอันสูงสุด คนเราอาศัยที่พึ่งชนิดนั้น ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

Such indeed is a refuge secure, Such indeed is a refuge supreme.To such a refuge should one go, One is released from all sorrow.

           ๑๕. ทุลฺลโภ ปุริสาชญฺโญ น โส สพฺพตฺถ ชายติ ยตฺถ โส ชายตี ธีโร ตํ กุลํ สุขเมธติ

บุรษอาชาไนย หาได้ยาก เขาย่อมไม่เกิดในตระกูลทั่วไป คนฉลาดเช่นนี้ เกิดในตระกูลใด ตระกูลนั้นย่อมเจริญรุ่งเรืองด้วยความสุข

Hard to find is the Man Supreme, He is not born everywhere. But where such a wise one is born,That family thrives happily.

          ๑๖. สุโข พุทฺธานมุปฺปาโท สุขา สทฺธมฺมเทสนา สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี สมคฺคานํ ตโป สุโข

การเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลายให้เกิดสุข การแสดงพระสัทธรรมให้เกิดสุข ความพร้อมเพรียงของหมู่ให้เกิดสุข ความพยายามของหมู่ที่พร้อมเพรียงกันให้เกิดสุข

Happy is the birth of the Buddha, Happy is the preaching of the Sublime Dharma,Happy is the unity of the Sangha,Happy is the striving of the united ones.

          ๑๗. ปูชารเห ปูชยโต พุทฺเธ ยทิจ สาวเก ปปญฺจสมติกฺกนฺเต ติณฺณโสกปรทฺทเว

          ๑๘. เต ตาทิเส ปูชยโต นิพฺพุเต อกุโตภเย น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุํ อิเมตฺตมปิ เกนจิ

ผู้บูชาท่านที่ควรบูชา คือพระพุทธเจ้า หรือสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ล่วงพ้นกิเลสเครื่องขวางกั้น หมดโศกหมดปรเทวนา สงบระงับ ปลอดภัยโดยประการทั้งปวง ใครๆไม่สามารถจะคำนวณบุญของบุคคลผู้นี้ว่า
“เขาได้บุญประมาณเท่านี้”

He who venerates those venerable ones,Be they the Buddhas or disciples;Those who have overcome obstacles
And gone beyond distress and lamentation,Those who are serene and all-secure-No one is able to calculate
His merit as ’such and such’.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
bloggang.com
siamsouth.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดความสุข

หมวดความสุข

-สุสุขํ วต ชีวาม เวริเนสุ อเวริโน เวริเนสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อเวริโน
     ในหมู่มนุษย์ ผู้จองเวรกัน พวกเราไม่จองเวรใคร ช่างอยู่สบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ผู้เต็มไปด้วยเวร พวกเราอยู่อย่างปราศจากเวร

-สุสุขํ วต ชีวาม อาตุเรสุ อนาตุรา อาตุเรสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อนาตุรา
     ในหมู่มนุษย์ ผู้มีกิเลส พวกเราหมดกิเลสแล้ว ช่างอยู่สุขสบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ ผู้มีกิเลส พวกเราอยู่ปราศจากกิเลส

-สุสุขํ วต ชีวาม อุสฺสุกฺเกสุ อนุสฺสุกา อุสฺสุกฺเกสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อนุสฺสุกา
     ในหมู่มนุษย์ ผู้มีความกระวนกระวาย พวกเราไม่กระวนกระวาย ช่างอยู่เป็นสุขสบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ ผู้มีความกระวนกระวาย พวกเราอยู่ปราศจากความกระวนกระวาย

-สุสุขํ วต ชีวาม เยสํ โน นตฺถิ กิญฺจนํ ปีติภกฺขา ภวิสฺสาม เทวา อาภสฺสรา ยถา
     พวกเราไม่มีกิเลสเศร้าหมองใจ ช่างอยู่สุขสบายจริงหนอ พวกเรามีปีติเป็นภักษาหาร เปรียบปานเหล่าอาภัสรพรหม

-ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต อุปสนฺโต ชยปราชยํ
     ผู้แพ้ย่อมก่อเวร ผู้พ่ายย่อมอยู่เป็นทุกข์ ผู้ละความแพ้และความพ่ายเสีย มีใจสงบระงับนั่นแหละเป็นสุข

-นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ นตฺถิ โทสสโม กลิ นตฺถิ ขนฺธสมา ทุกฺขา นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ
     ไม่มีไฟใดเสมอด้วยราคะ ไมีมีโทษใดเสมอด้วยโทสะ ไม่มีทุกข์ใดเสมอด้วยเบญจขันธ์ ไม่มีสุขใดเสมอด้วยความสงบ

-ปวิเวกรสํ ปิตฺวา รสํ อุปสมสฺส จ นิทฺทโร โหติ นิปฺปาโป ธมฺมปีติรสํ ปิวํ
     เมื่อได้ลิ้มรสแห่งวิเวก และรสพระนิพพานอันสงบ ได้ดื่มรสแห่งความอิ่มเอมในพระธรรม บุคคลย่อมจะหมดบาป หมดทุกข์ร้อน

-สาธุ ทสฺสนมริยานํ สนฺนิวาโส สทา สุโข อทสฺสเนน พาลานํ นิจฺจเมว สุขี สิยา ฯ
     การพบพระอริยเจ้าเป็นความดี การอยู่ร่วมกับท่านให้เกิดสุขทุกเมื่อ เมื่อไม่คบคนพาลเสียได้ คนเราพึงมีความสุขเป็นนิจนิรันดร์

-พาลสงฺคตจารี หิ ทีฆมทฺธาน โสจติ ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิตฺเตเนว สพฺพทาธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม
     เพราะผู้คบคนพาล ย่อมเศร้าโศกนาน การอยู่ร่วมกับคนพาลมีแต่ความทุกข์ เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู การอยู่ร่วมกับนักปราญ์มีแต่ความสุข เหมือนสมาคมของญาติ

- ตสฺมา หิ ธีรญฺจ ปญญญฺจ พหุสฺสุตญจ โธรยฺหสีลํ วตวนฺตมริยํ ตํ ตาทิสํ สปฺปุริสํ สุเมธํ ภเชถ นกฺขตฺตปถํว จนฺทิมา
     เพราะฉะนั้นจึงควรประพฤติตามผู้เป็นปราชญ ผู้เฉียบแหลม ศึกษาเล่าเรียนมาก มีศีลาจารวัตร เรียบร้อย เป็นพระอริยะ เป็นสัตบุรุษ มีปัญญาดี เหมือนพระจันทร์ไปตามทางของกลุ่มนักขัตฤกษ์

•  ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ทั้งหลาย นำสุขมาให้
•  ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว หลับและตื่นย่อมเป็นสุข
•  ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี
•  ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก
•  การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้
•  ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข
•  นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
•  จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล
•  ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
•  การประพฤติประโยชน์กับคนไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่นำสุขมาให้เลย
•  ความดี โจรลักไม่ได้
•  คนเรานี้ ถ้ามีอันทำชั่วลงไป ก็อย่าพึงทำความชั่วนั้นซ้ำเข้าอีก
•  บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ
•  ความชั่ว ไม่ทำเสียเลย จะดีกว่า
•  ความดี ทำไว้แล จะดีกว่า
•  อย่าดูหมิ่นความชั่วว่าเล็กน้อย คงจักไม่มีผลมาถึงตัว
•  สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
•  ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว
•  ธรรมนั่นแหละ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
•  ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำมาซึ่งความสุข
•  ผู้อิ่มในธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
•  เกียรติไม่ทิ้งผู้ตั้งอยู่ในธรรม
•  ผู้ประพฤติธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
•  กรรมไม่ดี ย่อมเผาผลาญในภายหลัง
•  การสร้างสมความดี นำสุขมาให้
•  ไม่ควรทำบาป แม้เพราะเห็นแก่กิน
•  การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตนนั้นทำง่าย
•  ความดี คนชั่ว ทำยาก
•  ความดี คนดี ทำง่าย
•  ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุญ นี้เป็นชื่อของความสุข
•  ถึงคราวจะสิ้นชีพ บุญก็ช่วยให้เป็นสุข
•  การไม่ทำความชั่ว ย่อมก่อให้เกิดความสุข
•  ความชั่ว คนชั่ว ทำง่าย
•  เพราะน้ำหยดทีละน้อย หม้อน้ำก็ยังเต็มได้
•  ความดีที่ทำไว้เองนี้แหละ เป็นทรัพย์ส่วนของตัวโดยเฉพาะ
•  ตายเพราะชอบธรรมดีกว่า อยู่อย่างไม่ชอบธรรม จะมีค่าอะไร
•  กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือ ให้ทราม และประณีต
•  ความดีที่ทำไว้เองเป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า
•  ทำกรรมใดแล้ว ไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลดี
•  อย่าพึงสร้างความพอใจในความชั่วนั้น การสั่งสมความชั่ว เป็นการก่อความทุกข์
•  ทำกรรมใดแล้ว ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลไม่ดี
•  ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตน โดยทางไม่ชอบธรรม
•  ธีรชนสร้างความดีทีละน้อย ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดี
•  การใดเป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแลทำได้ยากยิ่ง
•  พาลชนสร้างสมความชั่วทีละน้อย ก็เต็มเพียบไปด้วยความชั่ว
•  การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้เพียบพร้อม การชำระจิตของตนให้ผ่องใส สามนี้ คือคำสอนของพระพุทธเจ้า
•  คนมีความชั่วย่อมเดือนร้อน เพราะกรรมของตน
•  ไม่ได้แต่ชอบธรรมดีกว่า ถึงได้แต่ไม่ชอบธรรมจะดีอะไร
•  บัณฑิตไม่ประกอบความชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว
•  บัณฑิตนั้น ถึงถูกทุกข์กระทบ ถึงพลาดพลั้งลงก็คงสงบอยู่ได้ และ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะชอบหรือชัง
•  ช่างดอกไม้ ร้อยพวงมาลัยได้มากมาย จากดอกไม้กองหนึ่ง ฉันใด คนเรา เกิดมาแล้วก็ควร สร้างความดีงามให้มาก ฉันนั้น
•  บุคคลใดเคยทำกรรมชั่วไว้ แล้วกลับตัวได้ หันมาทำดีปิดกั้น บุคคลนั้นย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์อันพ้นจากเมฆหมอก
•  บุคคลใดในกาลก่อนเคยผิดพลาด ครั้นภายหลังเขากลับตัวได้ไม่ประมาท บุคคลนั้น ย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์ อันพ้นจากเมฆหมอก
•  พึงสละทรัพย์ เพื่อเห็นแก่อวัยวะ พึงสละอวัยวะ ในเมื่อจะรักษาชีวิต พึงสละได้หมด ทั้งอวัยวะ ทรัพย์ และ ชีวิต ในเมื่อคำนึงถึงธรรม

ขอบคุณที่มาข้อมูล
baanjomyut.com
bloggang.com

Creative Commons LicenseThis blog is personal use only,not for commercial purposed. All trademarks used are properties of their respective owners.
อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช่เพื่อการค้า และต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ทั้งชื่อและ ลิงค์ไปยังหน้าของผลงานที่ทำไปเผยแพร่ Powered by wordpress.org
and Wordpress Themes by conference call of conference call services.
Entries (RSS) and Comments (RSS).

เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง