หมวดความสุข
-สุสุขํ วต ชีวาม เวริเนสุ อเวริโน เวริเนสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อเวริโน
ในหมู่มนุษย์ ผู้จองเวรกัน พวกเราไม่จองเวรใคร ช่างอยู่สบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ผู้เต็มไปด้วยเวร พวกเราอยู่อย่างปราศจากเวร
-สุสุขํ วต ชีวาม อาตุเรสุ อนาตุรา อาตุเรสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อนาตุรา
ในหมู่มนุษย์ ผู้มีกิเลส พวกเราหมดกิเลสแล้ว ช่างอยู่สุขสบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ ผู้มีกิเลส พวกเราอยู่ปราศจากกิเลส
-สุสุขํ วต ชีวาม อุสฺสุกฺเกสุ อนุสฺสุกา อุสฺสุกฺเกสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อนุสฺสุกา
ในหมู่มนุษย์ ผู้มีความกระวนกระวาย พวกเราไม่กระวนกระวาย ช่างอยู่เป็นสุขสบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ ผู้มีความกระวนกระวาย พวกเราอยู่ปราศจากความกระวนกระวาย
-สุสุขํ วต ชีวาม เยสํ โน นตฺถิ กิญฺจนํ ปีติภกฺขา ภวิสฺสาม เทวา อาภสฺสรา ยถา
พวกเราไม่มีกิเลสเศร้าหมองใจ ช่างอยู่สุขสบายจริงหนอ พวกเรามีปีติเป็นภักษาหาร เปรียบปานเหล่าอาภัสรพรหม
-ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต อุปสนฺโต ชยปราชยํ
ผู้แพ้ย่อมก่อเวร ผู้พ่ายย่อมอยู่เป็นทุกข์ ผู้ละความแพ้และความพ่ายเสีย มีใจสงบระงับนั่นแหละเป็นสุข
-นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ นตฺถิ โทสสโม กลิ นตฺถิ ขนฺธสมา ทุกฺขา นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ
ไม่มีไฟใดเสมอด้วยราคะ ไมีมีโทษใดเสมอด้วยโทสะ ไม่มีทุกข์ใดเสมอด้วยเบญจขันธ์ ไม่มีสุขใดเสมอด้วยความสงบ
-ปวิเวกรสํ ปิตฺวา รสํ อุปสมสฺส จ นิทฺทโร โหติ นิปฺปาโป ธมฺมปีติรสํ ปิวํ
เมื่อได้ลิ้มรสแห่งวิเวก และรสพระนิพพานอันสงบ ได้ดื่มรสแห่งความอิ่มเอมในพระธรรม บุคคลย่อมจะหมดบาป หมดทุกข์ร้อน
-สาธุ ทสฺสนมริยานํ สนฺนิวาโส สทา สุโข อทสฺสเนน พาลานํ นิจฺจเมว สุขี สิยา ฯ
การพบพระอริยเจ้าเป็นความดี การอยู่ร่วมกับท่านให้เกิดสุขทุกเมื่อ เมื่อไม่คบคนพาลเสียได้ คนเราพึงมีความสุขเป็นนิจนิรันดร์
-พาลสงฺคตจารี หิ ทีฆมทฺธาน โสจติ ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิตฺเตเนว สพฺพทาธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม
เพราะผู้คบคนพาล ย่อมเศร้าโศกนาน การอยู่ร่วมกับคนพาลมีแต่ความทุกข์ เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู การอยู่ร่วมกับนักปราญ์มีแต่ความสุข เหมือนสมาคมของญาติ
- ตสฺมา หิ ธีรญฺจ ปญญญฺจ พหุสฺสุตญจ โธรยฺหสีลํ วตวนฺตมริยํ ตํ ตาทิสํ สปฺปุริสํ สุเมธํ ภเชถ นกฺขตฺตปถํว จนฺทิมา
เพราะฉะนั้นจึงควรประพฤติตามผู้เป็นปราชญ ผู้เฉียบแหลม ศึกษาเล่าเรียนมาก มีศีลาจารวัตร เรียบร้อย เป็นพระอริยะ เป็นสัตบุรุษ มีปัญญาดี เหมือนพระจันทร์ไปตามทางของกลุ่มนักขัตฤกษ์
• ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ทั้งหลาย นำสุขมาให้
• ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว หลับและตื่นย่อมเป็นสุข
• ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี
• ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก
• การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้
• ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข
• นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
• จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล
• ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
• การประพฤติประโยชน์กับคนไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่นำสุขมาให้เลย
• ความดี โจรลักไม่ได้
• คนเรานี้ ถ้ามีอันทำชั่วลงไป ก็อย่าพึงทำความชั่วนั้นซ้ำเข้าอีก
• บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ
• ความชั่ว ไม่ทำเสียเลย จะดีกว่า
• ความดี ทำไว้แล จะดีกว่า
• อย่าดูหมิ่นความชั่วว่าเล็กน้อย คงจักไม่มีผลมาถึงตัว
• สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
• ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว
• ธรรมนั่นแหละ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
• ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำมาซึ่งความสุข
• ผู้อิ่มในธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
• เกียรติไม่ทิ้งผู้ตั้งอยู่ในธรรม
• ผู้ประพฤติธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
• กรรมไม่ดี ย่อมเผาผลาญในภายหลัง
• การสร้างสมความดี นำสุขมาให้
• ไม่ควรทำบาป แม้เพราะเห็นแก่กิน
• การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตนนั้นทำง่าย
• ความดี คนชั่ว ทำยาก
• ความดี คนดี ทำง่าย
• ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุญ นี้เป็นชื่อของความสุข
• ถึงคราวจะสิ้นชีพ บุญก็ช่วยให้เป็นสุข
• การไม่ทำความชั่ว ย่อมก่อให้เกิดความสุข
• ความชั่ว คนชั่ว ทำง่าย
• เพราะน้ำหยดทีละน้อย หม้อน้ำก็ยังเต็มได้
• ความดีที่ทำไว้เองนี้แหละ เป็นทรัพย์ส่วนของตัวโดยเฉพาะ
• ตายเพราะชอบธรรมดีกว่า อยู่อย่างไม่ชอบธรรม จะมีค่าอะไร
• กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือ ให้ทราม และประณีต
• ความดีที่ทำไว้เองเป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า
• ทำกรรมใดแล้ว ไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลดี
• อย่าพึงสร้างความพอใจในความชั่วนั้น การสั่งสมความชั่ว เป็นการก่อความทุกข์
• ทำกรรมใดแล้ว ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลไม่ดี
• ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตน โดยทางไม่ชอบธรรม
• ธีรชนสร้างความดีทีละน้อย ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดี
• การใดเป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแลทำได้ยากยิ่ง
• พาลชนสร้างสมความชั่วทีละน้อย ก็เต็มเพียบไปด้วยความชั่ว
• การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้เพียบพร้อม การชำระจิตของตนให้ผ่องใส สามนี้ คือคำสอนของพระพุทธเจ้า
• คนมีความชั่วย่อมเดือนร้อน เพราะกรรมของตน
• ไม่ได้แต่ชอบธรรมดีกว่า ถึงได้แต่ไม่ชอบธรรมจะดีอะไร
• บัณฑิตไม่ประกอบความชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว
• บัณฑิตนั้น ถึงถูกทุกข์กระทบ ถึงพลาดพลั้งลงก็คงสงบอยู่ได้ และ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะชอบหรือชัง
• ช่างดอกไม้ ร้อยพวงมาลัยได้มากมาย จากดอกไม้กองหนึ่ง ฉันใด คนเรา เกิดมาแล้วก็ควร สร้างความดีงามให้มาก ฉันนั้น
• บุคคลใดเคยทำกรรมชั่วไว้ แล้วกลับตัวได้ หันมาทำดีปิดกั้น บุคคลนั้นย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์อันพ้นจากเมฆหมอก
• บุคคลใดในกาลก่อนเคยผิดพลาด ครั้นภายหลังเขากลับตัวได้ไม่ประมาท บุคคลนั้น ย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์ อันพ้นจากเมฆหมอก
• พึงสละทรัพย์ เพื่อเห็นแก่อวัยวะ พึงสละอวัยวะ ในเมื่อจะรักษาชีวิต พึงสละได้หมด ทั้งอวัยวะ ทรัพย์ และ ชีวิต ในเมื่อคำนึงถึงธรรม
ขอบคุณที่มาข้อมูล
baanjomyut.com
bloggang.com






