พระพุทธศาสนสุภาษิต:ขณิกสมาธิ

ขณิกสมาธิ

…..ขณิกสมาธิ แปลว่า สมาธิชั่วขณะ คือสมาธิที่เป็นไปชั่วคราว

…..ขณิกสมาธิ หมายถึงภาวะที่จิตสงบระงับได้ชั่วคราว จัดเป็นสมาธิขึ้นต้นอันเกิดจากการปฏิบัติกรรมฐานที่ทำให้เกิดความสุขสบายได้ชั่วครู่ และเป็นเหตุให้ควบคุมสติอารมณ์ได้ในขณะประกอบกิจหรือศึกษาเล่าเรียน ทำให้ใจเย็นระงับอารมณ์ได้

…..ขณิกสมาธิ เป็นพื้นฐานให้บำเพ็ญกรรมฐานและได้สมาธิที่สูงขึ้นไปคืออุปจารสมาธิและอัปปนา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
kalyanamitra.org

พระพุทธศาสนสุภาษิต:อนาจาร

อนาจาร

นาจาร คือ ความประพฤติผิด ความประพฤติชั่ว ความประพฤติไม่เหมาะสม

อนาจาร ในคำวัด หมายถึง ความประพฤติทางกายและทางวาจาที่ไม่สมควรแก่บรรพชิตเป็นความประพฤติที่ไม่ควร ทำ ไม่ควรมี มิใช่ความประพฤติของบรรพชิต เป็น อุปปถกิริยา คือความประพฤตินอกรีดนอกรอย เป็นความประพฤติต้องห้ามสำหรับบรรพชิต เพราะเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมศรัทธา

อนาจาร ได้แก่ การเล่นสนุกต่างๆ เช่น เล่นแบบเด็กๆ เล่นของเล็กๆ การร้อยพวงมาลัยเล่น การเรียนดิรัจฉานวิชา เช่น ทายเลข ทำเสน่ห์ เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก
kalyanamitra.org

พระพุทธศาสนสุภาษิต:อภัพบุคคล

อภัพบุคคล   

อภัพบุคคล แปลว่า คนไม่สมควร คนไม่เหมาะสม คำไทยใช้ว่า คนอาภัพ

อภัพบุคคล หมายถึง คนที่ไม่อาจบรรลุมรรค ผล นิพพานได้ คนที่ขาดคุณสมบัติไม่อาจบรรพชาอุปสมบทได้ คนที่ไม่เหมาะสมที่จะได้รับประโยชน์เหมือนที่คนอื่นได้รับ

อภัพบุคคล ในพระวินัยหมายถึงคนที่ถูกห้ามอุปสมบทเด็ดขาด ๓ ประเภท คือ

๑. คนมีเพศบกพร่อง ได้แก่ บัณเฑาะก์ (ขันที กะเทย) คนมีสองเพศ

๒. คนประพฤติผิดพระธรรมวินัย ได้แก่ คนฆ่าพระอรหันต์ คนทำร้ายพระพุทธเจ้า คนทำสังฆเภท คนลักเพศ เป็นต้น

๓. คนประพฤติผิดต่อกำเนิดของตน ได้แก่ คนฆ่าบิดา คนฆ่ามารดา

ขอบคุณข้อมูลจาก
kalyanamitra.org

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดบุคคล

หมวดบุคคล
๑. คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก.
นตฺถิ   โลเก  อนินฺทิโต. 

๒. ผู้มีความรู้ในทางที่ชั่ว เป็นผู้เสื่อม.
ทุวิชาโน   ปราภโว. 

๓. ผู้มีความรู้ในทางที่ดี เป็นผู้เจริญ.
สุวิชาโน  ภวํ   โหติ. 

๔. พวกโจร เป็นเสนียดของโลก.
โจรา   โลกสฺมิมพฺพุทา. 

๕. ผู้เกลียดธรรม เป็นผู้เสื่อม.
ธมฺมเทสฺสี   ปราภโว. 

๖. ผู้เครพผู้อื่น ย่อมมีผู้เคารพตนเอง.
ครุ  โหติ   สคารโว. 

๗. ควรทำแต่ความเจริญ อย่าเบียดเบียนผู้อื่น.
ผาตึ  กยิรา   อวิเหฐยํ  ปรํ. 

๘. คนย่อมเป็นที่เกลียดชังเพราะขอมาก.
เทสฺโส  จ   โหติ  อติยาจนาย. 

๙. คนเมื่อโกรธแล้ว  มักพูดมาก.
ทุฏฺโฐปิ   พหุ  ภาสยิ. 

๑๐. คนเมื่อรักแล้ว  มักพูดมาก.
พหุมฺปิ   รตฺโต  ภาเสยฺย. 

๑๑. วิญญูชนตำหนิ ดีกว่าคนพาลสรรเสริญ.
ครหาว  เสยฺโย   วิญฺญูหิ  ยญฺเจ   พาลปฺปสํสนา. 

๑๒. ความคุ้นเคย   เป็นญาติอย่างยิ่ง.
วิสฺสาสปรมา   ญาตี. 

๑๓. คำสัตย์แล   เป็นวาจาไม่ตาย.
สจฺจํ  เว   อมตา  วาจา 

๑๔. บรรพชิตผู้ไม่สำรวม ไม่ดี.
อสญฺญโต   ปพฺพชิโต  น  สาธุ.  

๑๕. สัตบุรุษ ไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา.
เนสา  สภา   ยตฺถ  น  สนฺติ  สนฺโต. 

๑๖. สัตบุรุษ ไม่ปราศรัยเพราะอยากได้กาม.
น  กามกามา   ลปยนฺติ  สนฺโต. 

๑๗. ผู้ฟังมาก ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ.
ปฏิสงฺขานพลา   พหุสฺสุตา. 

๑๘. มีบางคนในโลกท่ยับยั้งการกระทำด้วยความละอาย.
หิรินิเสโธ   ปุริโส  โกจิ  โลกสฺมิ   วิชฺชติ. 

๑๙. คนจะประเสริฐ ก็เพราะการกระทำ
และความประพฤติ.
กมฺมุนา   โหติ  พฺราหฺมโณ. 

๒๐. อ่อนไป ก็ถูกเขาหมิ่น
แข็งไป ก็มีภัยเวร.
ปริภูโต   มุทุ  โหติ  อติติกฺโข  จ   เวรวา. 

๒๑. คนได้เกียรติ (ชื่อเสียง) เพราะความสัตย์.
สจฺเจน  กิตฺตึ   ปปฺโปติ. 

๒๒. สมณะในศาสนานี้ ไม่เป็นข้าศึกในโลก.
สมณีธ  อรณา   โลเก. 

๒๓. ผู้ขอย่อมไม่เป็นที่รักของผู้ถูกขอ.
ยาจโก   อปฺปิโย  โหติ. 

๒๔. บุตรเป็นที่ตั้งของมนุษย์ทั้งหลาย.
ปุตฺตา   วตฺถุ  มนุสฺสานํ. 

๒๕. บัณฑิตมีความไม่เพ่งโทษของผู้อื่นเป็นกำลัง.
นิชฺฌตฺติพลา   ปณฺฑิตา. 

๒๖. คนมีปัญญาทราม ย่อมพร่าประโยชน์เสีย.
หาเปติ  อตฺถํ   ทุมฺเมโธ. 

๒๗. ไม่ควรขอสิ่งที่รู้ว่าเป็นที่รักของเขา.
น  ตํ   ยาเจ  ยสฺส  ปิยํ  ชิคึเส. 

๒๘. คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ.
สติมโต  สทา   ภทฺทํ. 

๒๙. คนซื่อตรง ไม่พูดคลาดความจริง.
น  อุชุภูตา   วิตถํ  ภณนฺติ. 

๓๐. ผู้มีปัญญาย่อมไม่ขอเลย.
น  เว   ยาจนฺติ  สปฺปญฺญา. 

๓๑. คนมีสติ ย่อมได้รับความสุข.
สติมา   สุขเมธติ. 

๓๒. สามี เป็นเครื่องปรารถนาของสตี.
ภตฺตา   ปญฺญาณมิตฺถิยา. 

๓๓. ผู้ไหว้ ย่อมได้รับการไหว้ตอบ.
วนฺทโก ปฏิวนฺทนํ. 

๓๔. ผู้ทำสักการะ   ย่อมได้รับการสักการะ.
สกฺกตฺวา   สกฺกโต  โหติ. 

๓๕. ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน.
สลาภํ   นาติมญฺเญยฺย. 

๓๖. คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน.
สติมโต  สุเว   เสยฺโย. 

๓๗. คนอ่อนแอ   ก็ถูกเขาดูหมิ่น.
ปริภูโต  มุทุ   โหติ. 

๓๘. มีญาติมาก ๆ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ.
สาธุ  สมฺพหุลา   ญาตี. 

๓๙. สตรีเป็นสูงสุดแห่งสิ่งของทั้งหลาย.
อิตฺถี   ภณฺฑานมุตฺตยํ. 

๔๐. ได้สิ่งใด พึงพอใจในสิ่งนั้น.
ยํ  ลทฺธํ   เตน  ตุฏฺฐพฺพํ. 

๔๑. บรรดาภริยาทั้งหลาย 
ภริยาผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ.
สุสฺสูสา   เสฏฺฐา  ภริยานํ. 

๔๒. ปราชญ์ มีกำลังบริหารให้ประโยชน์สำเร็จได้.
ธีโร  จ   พลวา  สาธุ  ยูถสฺส   ปริหารโก. 

๔๓. ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้ นำสุขมาให้.
ตุฏฺฐี  สุขา  ยา   อิตรีตเรน. 

๔๔. คนมีปัญญาทราม ย่อมแนะนำในทางที่ไม่ควรแนะนำ.
อนยํ  นยติ   ทุมฺเมโธ. 

๔๕. พูดอย่างใด   พึงทำอย่างนั้น.
ยถาวาที   ตถาการี. 

๔๖. ผู้สงบระงับ   ย่อมอยู่เป็นสุข.
อุปสนฺโต  สุขํ   เสติ. 

๔๗. มารดาบิดา   ท่านว่าเป็นพรหมของบุตร.
พฺรหมฺาติ   มาตาปิตโร. 

๔๘. คนฉลาดย่อมละบาป.
กุสโล  จ   ชหาติ  ปาปกํ. 

๔๙. พึงประพฤติให้พอเหมาะพอดี.
อนุมชฺฌํ   สมาจเร.    

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
mcucity.tripod.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต : หมวดชนะ

หมวดชนะ

สจฺเจนาลิกวาทินํ

สัจเจนาลิกะวาทินัง

พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง

 

ชิเน กทริยํ ทาเนน

ชิเนกะทะริยังทาเนนะ

พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

 

อสาธุ สาธุนา ชิเน

อะสาธุสาธุนาชิเน

พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี

 

อกฺโกเธน ชิเน โกธํ

อักโกเธนะชิเนโกธัง

พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ

 

น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ย ํ ชิตํ อวชิยฺยติ

นะตังชิตังสาธุชิตังยังอะวะชิยะติ

ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี

 

ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ

ตันหักขะโยสับพะทุกขังชินาติ

ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง

 

สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ

สับพะระตึทัมมะระติชินาติ

ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง

 

สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ

สับพะระสังทัมมะระโสชินาติ

รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง

 

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ

สับพาทานังทัมมะทานังชินาติ

การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง

 

ชยํ เวรํ ปสวติ

ชะยังเวรังปะสะวะติ

ผู้ชนะย่อมก่อเวร

ขอขอบคุณข้อมูล
phuttha.com

 

พระพุทธศาสนสุภาษิต : หมวดมฤตยู

หมวดมฤตยู

img02

-เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานิ
-เอตังถะยังมะระเนเปกขะมาโนปุญยานิกะยิราถะสุขาวะหานิ
-ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำความสุขมาให้
 
-อจฺเจนติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ
-อัดเจนติกาลาตะระยันติรัดติโยวะโยคุนาอะนุปุบพังชะหันติ
-กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป
 
-เอวํ ชราย มรเณน วุยฺ หนฺเต สพฺพปาณิโน
-เอวังชะรายะมะระเนนะวุยะหันเตสับพะปานิโน
-สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น
 
-ยถา วาริวโห ปูโร วเห รุกฺเข ปกูลเช
-ยะถาวาริวะโหปูโรวะเหรุกเขปะกูละเช
-ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด
 
-เอวํ ชรา จ มจฺจุ จ อายุ ปาเชนฺติ ปาณินํ
-เอวังชะราจะมัดจุจะอายุปาเชนติปานินัง
-ความแก่และความตาย ย่อมต้อนอายุของสัตว์มีชีวิตไปฉันนั้น
 
-ยถา ทณฺเฑน โคปาลา คาโว ปาเชติ โคจรํ
-ยะถาทันเทนะโคปาลาคาโวปาเชติโคจะรัง
-ผู้เลี้ยงโคย่อมต้อนฝูงโค ไปสู่ที่หากินด้วยพลองฉันใด
 
-สพฺเพ มจฺจุวสํ ยนฺติ สพฺเพ มจฺจุปรายนา
-สับเพมัดจุวะสังยันติสับเพมัดจุปะรายะนา
-ล้วนไปสู่อำนาจแห่งความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า
 
-ทหรา จ มหนฺตา จ เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา
-ทะหะราจะมะหันตาจะเยพาลาเยจะปันทิตา
-ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด
 
-อฑฺฒา เจว ทฬิทฺทา จ สพฺเพ มจฺจุ ปรายนา
-อัดฒาเจวะทะพิททาสับเพมัดจุปะรายะนา
-ทั้งคนมีคนจน ล้วนมีแต่ความตายเป็นเบื้องหน้า
 
-น มิยฺยมานํ ธนมนฺเวติ กิญฺจิ
-นะมิยะมานังทะนะมันเวติกิดจิ
-ทรัพย์สักนิดก็ติดตามคนตายไปไม่ได้
 
-สพฺพํ เภทปริยนฺติ เอวํ มจฺจาน ชีวิตํ
-สับพังเภทะปะริยันติเอวังมัดจานะชีวิตัง
-ชีวิตของสัตว์เหมือนภาชนะดิน ซึ่งล้วนมีความสลายเป็นที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
phuttha.com
ขอขอบคุณข้อมูลรูปภาพ
heritage.thaigov.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดไม่ประมาท

อัปปมาทวรรค - หมวดไม่ประมาท

     -อปฺปมาทญฺจ เมธาวี     ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ
ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐ

     -อปฺปมตฺตา น มียนฺต    
ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย

     -อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต     ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ
ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์

     -อปฺปมาโท อมตํ ปทํ    
ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย

     -อปฺปมตฺโต ปมตฺเตสฺ     สุตฺเตสุ พหุชาคโร    อพลสฺสํว สีฆสฺโส    หิตฺวา ยาติ สุเมธโส
คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ ย่อมละทิ้งคนนั้น เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว ทิ้งม้าไม่มีกำลังไป ฉะนั้น

     -อุฏฺฐานวโต สติมโต     สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมาการิโน สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน     อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ
ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท

ขอขอบคุณที่มาจาก
heritage.thaigov.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดบาป

หมวดบาป

         ๑. อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ ปาปา จิตฺตํ นิวารเย ทนฺธํ หิ กรโต ปุญฺญํ ปาปสฺมึ รมตี มโน ฯ ๑๑๖ ฯ
-พึงรีบเร่งกระทำความดี และป้องกันจิตจากความชั่ว เพราะเมื่อกระทำความดีช้าไป ใจจะกลับยินดีในความชั่ว
-Make haste in doing gook, And check your mind from evil, Whoso is slow in making merit- His mind delights in evil.

         ๒. ปาปญฺเจ ปุริโส กยิรา น นํ กยิรา ปุนปฺปุนํ น ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย ฯ ๑๑๗ ฯ
-ถ้าหากจำต้องทำชั่วไซร้ ก็ไม่ควรทำบ่อยนัก และไม่ควรพอใจในการทำชั่วนั้น เพราะการสะสมบาป นำทุกข์มาให้
-Should a man commit evil, Let him not do it again and again, Nor turn his heart to delight therein; Painful is the heaping-up of evil. 

         ๓. ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กยิรา กยิราเถนํ ปุนปฺปุนํ ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย ฯ ๑๑๘ ฯ 
-ถ้าหากจะทำความดี ก็ควรทำดีบ่อยๆ ควรพอใจในการทำความดีนั้น เพราะการสะสมความดีนำสุขมาให้
-Should a man perform merit, Let him do it again and again, And trun his mind to delight therein; Blissful is the piling-up of merit. 

         ๔. ปาโปปิ ปสฺสตี ภทฺรํ ยาว ปาปํ น ปจฺจติ ยทา จ ปจฺจตี ปาปํ อถ ปาโป ปาปานิ ปสฺสติ ฯ ๑๑๙ ฯ
-เมื่อบาปยังไม่ส่งผล คนชั่วก็เห็นว่าเป็นของดี ต่อเมื่อมันเผล็ดผลเมื่อใด เมื่อนั้นแหละเขาจึงรู้พิษสงของบาป
-For the evil-doer all is well, While the evil ripens not; But when his evil yields its fruit, He sees the evil results. 

         ๕. ภทฺโรปิ ปสฺสตี ปาปํ ยาว ภทฺรํ น ปจฺจติ ยทา จ ปจฺจตี ภทฺรํ อถ ภทฺโร ภทฺรานิ ปสฺสติ ฯ ๑๒๐ * ฯ
-เมื่อความดียังไม่ส่งผล คนดีก็มองเห็นความดีเป็นความชั่ว ต่อเมื่อใดความดีเผล็ดผล เมื่อนั้นแหละเขาจึงจะเห็นผลของความดี
-For the good man, perhaps, all is ill, While as yet his good is not ripe; But when it bears its fruit, He sees the good results.
         ๖. มาวมญฺเญถ ปาปสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ อาปูรติ พาโล ปาปสฺส โถกํ โถกมฺปิ อาจินํ ฯ ๑๒๑ ฯ
-อย่าดูถูกความชั่วเล็กน้อยว่าจักไม่สนองผล น้ำตกจากเวหาทีละหยาดๆ ยังเต็มตุ่มได้ คนพาลทำความชั่วทีละเล็กละน้อย ย่อมเต็มด้วยความชั่วได้เช่นกัน
-Despise not evil, Saying, ‘It will not come to me’; Drop by drop is the waterpot filled, Lidewise the fool, gathering little by little, Fills himself with evil.
         ๗. มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ อาปูรติ ธีโร ปุญฺญสฺส
โถกํ โถกมฺปิ อาจินํ ฯ ๑๒๒ ฯ
-อย่าดูถูกบุญเล็กน้อยว่าจักไม่สนองผล น้ำตกจากเวหาทีละหยาดๆ ยังเต็มตุ่มได้ นักปราชญ์สะสมบุญทีละเล็กละน้อย ย่อมเต็มด้วยบุญได้เช่นกัน
-Despise not merit, Saying, ‘It will not come to me’; Drop by drop is the waterpot filled, Likewise the man, gathering little by little Fills himself with merit.
         ๘. วาณิโชว ภยํ มคฺคํ อปฺปสตฺโถ มหทฺธโน วิสํ ชีวิตุกาโมว ปาปานิ ปริวชฺชเย ฯ ๑๒๓ ฯ
-พ่อค้ามีทรัพย์มาก มีพวกน้อย ละเว้นทางที่มีภัย คนรักชีวิตละเว้นยาพิษ ฉันใด บุคคลพึงละบาป ฉันนั้น
-As a rich merchant, with small escort, Avoids a dangerous path, As one who loves life avoids poison, Even so should one shun evil. 

         ๙. ปาณิมฺหิ เจ วโณ นาสฺส หเรยฺย ปาณินา วิสํ นาพฺพณํ วิสมเนฺวติ นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต ฯ ๑๒๔ ฯ
-เมื่อมือไม่มีแผล บุคคลย่อมจับต้องยาพิษได้ ยาพิษนั้นไม่สามารถทำอันตรายได้ บาปก็ไม่มีแก่ผู้ไม่ทำบาป
-If no wound there be in the hand, One may handle poison; Poison does not affect one who has no wound; There is no ill for him who does no wrong.

         ๑๐. โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต ฯ ๑๒๕ ฯ
-บาปก็ย่อมตามสนองผู้โง่เขลา ซึ่งทำร้ายบุคคลที่ไม่ทำร้ายตอบ ผู้หมดจด ปราศจากกิเลส ดุจธุลีที่ซัดทวนลม (วกกลับมาหาผู้ซัด)
-Whosoever offends a harmless person, One pure and guiltles, Upon that very fool the evil recoils Even as fine dust thrown against the wind. 

         ๑๑. คพฺภเมเก อุปปชฺชนฺติ นิรยํ ปาปกมฺมิโน สคฺคํ สุคติโน ยนฺติ ปรินิพฺพนฺติ อนาสวา ฯ ๑๒๖ ฯ
-สัตว์บางพวกกลับมาเกิดอีก พวกที่ทำบาป ไปนรก พวกที่ทำดี ไปสวรรค์ พวกที่หมดอาสวกิเลส ปรินิพพาน
-Some are born in teh womb again; The evil-doers are born in hell; The good go to heaven; The Undefiled Ones attain Nibbana. 

         ๑๒. น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส ยตฺรฏฺฐิโต มุจฺเจยฺย ปาปกมฺมา ฯ ๑๒๗ ฯ
-ไม่ว่าบนท้องฟ้า ไม่ว่าท่ามกลางสมุทร ไม่ว่าในหุบเขา ไม่มีแม้แต่แห่งเดียว ที่ผู้ทำกรรมชั่วอาศัยอยู่ จะหนีพ้นกรรมไปได้
-Neither in the sky nor in mid-ocean, Nor in the clefts of the rocks, Nowhere in the world is a place to be found Where abiding one may escape from (the consequences of) an evil deed.

         ๑๓. น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชุเฌ น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส ยตุรฏฺฐิตํ นปฺปสเหยฺย มจฺจุ ฯ ๑๒๘ ฯ
-ไม่ว่าบนท้องฟ้า ไม่ว่าท่ามกลางสมุทร ไม่ว่าในหุบเขา ไม่มีแม้สักแห่งเดียว ที่คนเราอาศัยอยู่แล้ว จะหนีพ้นความตายได้
-Neither in the sky no in mid-ocean, Nor in the clefts of the rocks, Nowhere in the world is found that place Where abiding one will not be overcome

ขอบคุณที่มาข้อมูล
dmc.tv

พระพุทธศาสนสุภาษิต

พระพุทธศาสนสุภาษิต
 

 

   -ยํ เว เสวติ ตาทิโส
คบคนเช่นไร ย่อมเป็นคนเช่นนั้น
     -ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส
คบคนชั่วนำแต่ความทุกข์มาให้
     -ยถาวาที ตถาการี
พูดอย่างไร ต้องทำอย่างนั้น
     -อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
การชนะตนเองเป็นสิ่งดีที่สุด
     -อตฺตตฺปญฺญา อสุจี มนุสฺสา
มนุษย์ผู้เห็นแก่ตัว เป็นคนสกปรก
     -อปฺปมตฺตา น มียนฺติ
ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย
     -สุกรํ สาธุนา สาธุ
ความดี อันคนดีทำได้ง่าย
     -โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ
ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข
     -จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ
จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้
     -สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
การให้ธรรมะย่อมชนะการให้ทั้งปวง
     -ททมาโน ปีโย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
     -อกฺโกเธน ชิเน โกธํ
พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ
     -ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต
ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
     -สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
การสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
     -สุวิชาโน ภวํ โหติ
ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ
     -ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร
พ่อแม่เป็นบูรพาจารย์ของบุตร
     -มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร
พ่อแม่เป็นมิตรที่ดีในเรือน
     -มาตา อรหํ สเก ฆเร
พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ในบ้าน
     -นตฺถิ พาเล สหายตา
ความเป็นเพื่อนไม่มีในคนพาล
     -วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ
คนพ้นจากความทุกข์ได้เพราะความเพียร
     -อพฺยาปชฌํ สุขํว โลเก
ความไม่เบียดเบียนเป็นสุขในโลก
     -สุจฺจํ เว อมตา วาจา
คำสัตย์จริง เป็นสิ่งไม่ตาย
     -นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี
     -อโรคยปรมา ลาภา
ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
     -ททมาโน ปีโย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
     -ทนฺโต เสฎฺโฐ มนุสฺเสสุ
มนุษย์ที่ฝึกตนเองดีแล้ว เป็นคนประเสริฐ
     -สุ.จิ.ปุ.ลิ. วินิตุตฺโต กถํ โส ปณฺฆิโต ภเว
คนที่ปราศจาก สุ.จิ.ปุ.ลิ. จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร
     -อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสํสติ
ทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง
     -ปญฺญาว ธเนน เสยฺโย
ปัญญาแลประเสริฐกว่าทรัพย์
     -สุกรํ สาธุนา สาธุ
ความดี อันคนดีทำได้ง่าย
     -สีเลน สุคติ ยนฺติ
ศีลย่อมนำไปสู่สุคติ
     -สีเลน โภคสมฺปทา
ศีลย่อมทำให้โภคทรัพย์เจริญ
     -อเนกาสี ลภเต สุขํ
กินคนเดียวย่อมไม่มีความสุข
     -ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ
ธรรมะที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
     -อิณทานํ ทุกฺขํ โลเก
การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก
     -ทฬิทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก
ความจน เป็นทุกข์ในโลก
     -จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ
จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
     -ทุกฺขธ สยติ โกธโน
คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
     -ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
     -กลํยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว
     -สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ
ความดี อันคนชั่วทำได้ยาก
     -นิสมฺม กรณํ เสยฺโย
คิดให้รอบคอบก่อนแล้วจึงทำดีกว่า
     -อปฺปมาโท อมตํ ปทํ
ความไม่ประมาท เป็นทางแห่งความไม่ตาย
     -ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ
ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
     -ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี
ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
     -มาตาปีตุอุปฎฺฐานํ
การเลี้ยงดูมารดาบิดา
     -วินโย จ สุสิกฺชิโต
วินัยที่ศึกษาดีแล้ว เป็นมงคลแก่ชีวิต
     -อตีตํ นานฺวาคเมยฺย
ไม่ควรคิดคำนึงอดีตที่ผ่านไปแล้ว
     -ทนฺโต เสฎฺโฐ มนุสฺเสสุ
คนที่ฝึกฝนตนเองดีแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด
     -นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
ความสุขที่ยิ่งกว่าความสงบย่อมไม่
 

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล
social.satitpatumwan.ac.th

พุทธศาสนสุภาษิต:หมวดตัณหา

หมวดตัณหา

๑. มนุชสฺส ปมตฺตจาริโน ตณฺหา วฑฺฒติ มาลุวา วิย โส ปริปฺลวติ หุราหุรํ ผลมิจฺฉํว วนสฺมึ วานโร ฯ ๓๓๔ ฯ

สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่อย่างประมาท ตัณหามีแต่จะเจริญเหมือนเถาวัลย์ เขาย่อมกระโดดจากภพนี้ไปสู่ภพอื่น เหมือนวานรโลภผลไม้ โลดแล่นอยู่ในป่า

Of the person addicted to heedless living Craving grows like a creeping. Such a man jumps from life to life Like a monkey craving fruit in the wilds.

๒. ยํ เอสา สหเต ชมฺมี ตณฺหา โลเก วิสตฺติกา โสกา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ อภิวุฏฺฐํว วีรณํ ฯ ๓๓๕ ฯ

ตัณหาอันลามก มีพิษร้าย ครอบงำบุคคลใด ในโลก เขาย่อมมีแต่โศกเศร้าสลด เหมือนหญ้าถูกฝนรด ย่อมงอกงาม

Whoso in the world is overcome By this craving poisonous and base, For him all sorrow increases As Virana grass that is watered well.

๓. โย เจตํ สหเต ชมฺมึ ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ โสกา ตมฺหา ปปตนฺติ อุทวินฺทุว โปกฺชรา ฯ ๓๓๖ ฯ

ผู้ใดเอาชนะตัณหาลามก ที่ยากจะเอาชนะได้นี้ ความโศกย่อมตกไปจากผู้นั้น เหมือนหยาดน้ำ ตกจากใบบัว

But whoso in the world overcomes This base craving, difficult to overcome-
His sorrow falls away from him As water drops from a lotus leaf.

๔. ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา ตณฺหาย มูลํ ขนถ อุสีรตฺโถว วีรณํ มา โว นฬํว โสโตว มาโร ภญฺชิ ปุนปฺปุนํ ฯ ๓๓๗ ฯ

เราขอบอกความนี้แก่พวกเธอ ขอให้พวกเธอผู้มาชุมนุมกัน ณ ที่นี้ มีความเจริญ  ขอให้พวกเธอขุดรากตัณหา
 เหมือนถอนรากหญ้ารก พวกเธออย่าปล่อยให้มารรังควาญบ่อยๆ เหมือนกระแสน้ำค่อยๆเซาะต้อนอ้อล้ม

This I say unto you: Good luck to you all who have assembled here.
As one roots out fragrant Virana grass, So do you dig up craving by its root.
Let not Mara crush you again and again As the river flood crushing a reed.

๕. ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปูนเรว รูหติ เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต นิพฺพตฺตตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ ฯ ๓๓๘ ฯ

เมื่อรากยังแข็งแรง ไม่ถูกทำลาย ต้นไม้แม้ที่ถูกตัดแล้ว ก็งอกได้ใหม่ฉันใด เมื่อยังทำลายเชื้อตัณหาไม่ได้หมด ความทุกข์นี้ก็ย่อมเกิดขึ้นได้เรื่อยไปฉันนั้น

As a tree cut down sprouts forth again If its roots remain undamaged and firm, Even so, while latent craving is not removed, This sorrow springs up again and again.

๖. ยสฺส ฉตฺตึสตี โสตา มนาปสฺสวนา ภุสา มหา วหนฺติ ทุทฺทิฏฺฐึ สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา ฯ ๓๓๙ ฯ

กระแสตัณหา ๓๖ สายอันเชี่ยวกราก ที่ไหลไปยังอารมณ์อันน่าปรารถนา ไหลบ่าท่วมท้นจิตใจใคร ความครุ่นคิดคำนึงที่แฝงราคะ ย่อมจะชักนำให้เขาเห็นผิดคิดไข้วเขว

In whom are strong the thirth-six torrents Of craving flowing towards pleasurable objects- Then the great flood of lustful thoughts Carries off that misunderstanding man.

๗. สวนฺติ สพฺพธี โสตา ลตา อุพฺภิชฺช ติฏฺฐติ ตญฺจ ทิสฺวา ลตํ ชาตํ มูลํ ปญฺญาย ฉินฺทถ ฯ ๓๔๐ ฯ

กระแสน้ำคือตัณหา ไหลไปทุกหนทุกแห่ง เถาวัลย์คือกิเลส ก็ขึ้นรกไปทั่ว เมื่อเห็น เถาวัลย์นั้นงอกงามแล้ว พวกเธอจงตัดรากมันด้วยมีดคือปัญญา

Everywhere flow the craving-streams, Everywhere the creepers sprout and stand. Seeing the creepers that have sprung high Do you cut their roots with your wisdom-knife.

๘. สริตานิ สิเนหิตานิ จ โสมนสฺสานิ ภวนฺติ ชนฺตุโน เต สาตสิตา สุเขสิโน เต เว ชาติชรูปคา นรา ฯ ๓๔๑ ฯ

สัตว์ทั้งหลาย มีแต่โสมนัส ชุ่มชื้นไปด้วยรักเสน่หา ซาบซ่านในกามารมณ์ทั้งปวง
พวกเขาใฝ่แสวงแต่ความสุขสันต์หรรษา ก็ต้องเกิดต้องแก่อยู่ร่ำไป

To beings there arise wide-ranging pleasures That are moistened with lustful desires.Bent on pleasures, seeking after sexual joys, They, verily, fall prey to birth-and decay.

๙. ตสิณาย ปุรกฺขตา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโสว พาธิโต สํโยชนสงฺคสตฺตา ทุกฺขมุเปนฺติ ปุนปฺปุนํ จิราย ฯ ๓๔๒ ฯ

เหล่าสัตว์ ติดกับตัณหา การเสือกกระสน ดุจกระต่ายติดบ่วง สัตว์ทั้งหลายติดอยู่ในกิเลสเครื่องผูกมัด ย่อมประสบทุกข์บ่อยๆ ตลอดกาลนาน

Enwrapped in lust, beings run about, Now here now there like a captive hare. Held fast by fetters they suffer Again and again for long.

๑๐. ตสิณาย ปุรกฺขตา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโสว พาธิโต ตสฺมา ตสิณํ วิโนทเยภิกฺขุ อากงฺชํ วิราคมตฺตโน ฯ ๓๔๓ ฯ

เหล่าสัตว์ ติดกับตัณหา กระเสือกกระสน ดุจกระต่ายติดบ่วง ฉะนั้นภิกษุ เมื่อหวังให้กิเลสจางคลาย ก็พึงทำลายตัณหาเสีย

Enwrapped in lust, beings run about, Now here now there like a captive hare. So let a bhikkhu shake off craving If he wishes his own passionlessness.

๑๑. โย นิพฺพนฏฺโฐ วนาธิมุตฺโต วนมุตฺโต วนเมว ธาวติ ตํ ปุคฺคลเมว ปสฺสถ มุตฺโต พนฺธนเมว ธาวติ ฯ ๓๔๔ ฯ

บุคคลใดสละเพศผู้ครองเรือน ถือเพศบรรพชิตปราศจากเรือน พ้นจากป่ากิเลสแล้วยังวิ่งกลับไปหาป่านั้นอีก พวกเธอจงดูบุคคลนั้นเถิด เขาออกจากที่คุมขังแล้วยังวิ่งกลับเข้าที่คุมขังอีก

Released from jungle of the household life, He turns to the bhikkhu jungle-life. Though freed from the household wilds He runs back to that very wilds again. Come indeed and behold such a man. Freed he turns to that bondage again.

๑๒. น ตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา ยทายสํ ทารุชปพฺพฃญฺจ สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา ฯ๓๔๕ ฯ

เครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็ก ไม้ และปอป่าน ท่านผู้รู้กล่าวว่า ยังไม่ใช่เครื่องจองจำที่มั่นคง แต่ความกำหนัดยินดีในเครื่องเพชร บุตร ภริยา เป็นเครื่องจองจำที่มั่นคงยิ่งนัก

Not strong are bonds made of iron, Or wood, or hemp, thus say the wise.
But attachment to jewelled ornaments, Children and wives is a strong tie.

๑๓. เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา โอหารินํ สิถิลทุปฺปมุญฺจํ เอตํปิ เฉตฺวาน ปริพฺพชนฺติ อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหาย ฯ ๓๔๖ ฯ

ท่านผู้รู้กล่าวว่า เครื่องจองจำชนิดนี้มั่นคง มักฉุดลากลงที่ต่ำ คล้ายผูกไว้หลวมๆแต่แก้ยากนัก ผู้รู้ทั้งหลายจึงทำลายเครื่องจองจำนี้เสีย ละกามสุขออกบวชโดยไม่ไยดี

This is a strong bond, says the wise, Down-hurling, loose but hard to untie.
This too they cut off and leave the world, With no longing, renouncing the sense-pleasures.

๑๔. เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ สยํ กตํ มกฺกฏโกว ชาลฺ เอตํปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา อนเปกฺขิโน สพฺพทุกฺขํ ปหาย ฯ ๓๔๗ ฯ

ผู้ถูกราคะครอบงำ ย่อมถลำลงสู่กระแสตัณหา เหมือนแมลงมุมตกลงไปยังใยที่ตนถักไว้เอง ผู้ฉลาดทั้งหลาย จึงทำลายเครื่องจองจำนี้ ละทุกข์ทั้งปวง ออกบวชโดยไม่ไยดี

They who are attached to lust fall back To (craving’s) streams as a spider self-spun web; This too the wise cut off and ‘go forth’, With no longing, leaving all sorrow behind.

๑๕. มุญฺจ ปุเร มุญฺจ ปจฺฉโต มชฺเฌ มุญฺจ ภวสฺส ปารคู สพฺพตฺถ วิมุตฺตมานโส น ปุน ชาติชรํ อุเปหิสิ ฯ ๓๔๘ ฯ

จงปล่อยวางทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน และอยู่เหนือความมีความเป็น เมื่อใจหลุดพ้นจากทุกอย่างแล้ว พวกเธอจักไม่เกิดไม่แก่อีกต่อไป

Let go the past, let go the future too, Let go the present and go beyond becoming. With mind released from everything, To birth-and-decay you shall come no more.

๑๖. วิตกฺกมถิตสฺส ชนฺตุโน ติพฺพราคสฺส สุภานุปสฺสิโน ภิยฺโย ตณฺหา ปวฑฺฒติ เอส โข ทฬฺหํ กโรติ พนฺธนํ ฯ ๓๔๙ ฯ

ผู้เป็นทาสวิตกจริต มีจิตกำหนัดยินดี ติดอยู่ในสิ่งที่สวยงาม มีแต่จะพอกความอยากให้หนา กระชับเครื่องพันธนาการให้แน่นเข้า

For him who is of restless mind, Who is of powerful passions, Who sees but the pleasurable, Craving increases all the more. Indeed he makes the bond strong.

๑๗. วิตกฺกูปสเม จ โย รโต อสุภํ ภาวยตี สทา สโต เอส โข พฺยนฺติกาหติ เอสจฺฉินฺทติ มารพนฺธนํ ฯ ๓๕๐ ฯ

ผู้ตั้งใจระงับความคิดฟุ้งซ่าน เจริญอสุภกรรมฐานวิธี มีสติทุกเวลา จักขจัดตัณหาหมดสิ้นไป ทำลายเครื่องผูกของมาร

He who delights in subduing thoughts, He who meditates on impurities of things, He who is ever full of mindfulness- It is he who will make an end of suffering And destroy the Mara’s bond.

๑๘. นิฏฺฐงฺคโต อสนฺตาสี วีตตณฺโห อนงฺคโณ อจฺฉินฺทิ ภวสลฺลานิ อนฺติโมยํ สมุสฺสโย ฯ ๓๕๑ ฯ

พระอรหันตฺผู้ลุถึงจุดหมายปลายทางแล้ว หมดความสุดุ้ง หมดกิเลสตัณหาแล้ว หักลูกศรคือกิเลสประจำภพแล้ว ร่างกายนี้เป็นร่างสุดท้ายของท่าน

He has reached the final goal, He is fearless, without lust, without passions.
He has broken the shafts of existence. Of such an arahant this body is his last.

๑๙. วีตตณฺโห อนาทาโน นิรุตฺติปทโกวิโท อกฺชรานํ สนฺนิปาตํ ชญฺญา ปุพฺพาปรานิ จ สเว อนฺติมสารีโร มหาปญฺโญ มหาปุรโสติ วุจฺจติ ฯ ๓๕๒ ฯ

หมดตัณหา ไม่ยึดมั่น ฉลาดในนิรุกติ รู้กลุ่มอักษรและรู้ลำดับหน้าหลัง ท่านผู้มีสรีระสุดท้ายนี้แล เรียกว่า มหาปราชญ์ และ มหาบุรุษ

Free from craving and grasping, Well-versed in analytical knowledge,
Knowing the texual orders and their sequence, He of his last body is, indeed, called One of great wisdom and a great man.

๒๐. สพฺพาภิภู สพฺพวิทูหมสฺมิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํ ฯ ๓๕๓ ฯ

เราเอาชนะทุกอย่าง เราตรัสรู้ทุกอย่าง เรามิได้ติดในทุกอย่าง เราละได้ทุกอย่าง เราเป็นอิสระเพราะสิ้นตัณหา เราตรัสรู้ด้วยตนเอง และจะอ้างใคร เป็นครูเราเล่า

All have I overcome, All do I know, From all am I detached, All have I removed, Thorougly freed am I Through the destruction of craving, Having realized all by myself, Whom shall I call my teacher?

๒๑. สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ สพฺพํ รสํ ธมฺมรโส ชินาติ สพฺพํ รตึ ธมฺมรตี ชินาติ ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ ฯ ๓๕๔ ฯ

ธรรมทาน ชนะทานทุกอย่าง รสพระธรรม ชนะรสทุกอย่าง ความยินดีในธรรม ชนะความยินดีทุกอย่าง ความสิ้นตัณหา ชนะทุกข์ทุกอย่าง

All gifts the gift of Truth excels. All tastes the taste of Truth excels. All delights the delight in Truth excels. All sorrows the end of craving excels.

๒๒. หนนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ โน จ ปารคเวสิโน โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ ฯ ๓๕๕ ฯ

โภคทรัพย์ ทำลายคนโง่ แต่ทำลายคนที่ใฝ่แสวงนิพพานไม่ได้ เพราะโลภในโภคทรัพย์ คนโง่ย่อมทำลายคนอื่น และ (ผลที่สุดก็ทำลาย) ตนเอง

Riches ruin the fool But not those seeking Nibbana. Craving for wealth, the foolish man Ruins himself by destroying others.

๒๓. ติณโทสานิ เขตฺตานิ ราคโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตราเคสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๖ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย ราคะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากราคะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Lust is the bane of mankind. Hence offerings made to lustless ones Yield abundant fruit.

๒๔. ติณโทสานิ เขตฺตานิ โทสโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตโทเสสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๗ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย โทสะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากโทสะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Hate is the bane of mankind. Hence offerings made to hateless ones Yield abundant fruit.

๒๕. ติณโทสานิ เขตฺตานิ โมหโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตโมเหสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย โมหะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากโมหะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Delusion is the bane of mankind. Hence offerings made to delusionless ones Yield abundant fruit.

๒๖. ติณโทสานิ เขตฺตานิ อิจฺฉาโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วิคติจฺเฉสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๙ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย ความอยาก ทำให้คนเสียหาย ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากความอยาก จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Thirst is the bane of mankind.
Hence offerings made to thirstless ones Yield abundant fruit.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
dmc.tv

Creative Commons LicenseThis blog is personal use only,not for commercial purposed. All trademarks used are properties of their respective owners.
อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช่เพื่อการค้า และต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ทั้งชื่อและ ลิงค์ไปยังหน้าของผลงานที่ทำไปเผยแพร่ Powered by wordpress.org
and Wordpress Themes by conference call of conference call services.
Entries (RSS) and Comments (RSS).

เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง