พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดคู่

หมวดคู่

1. มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฎฺฐา มโนมยา  มนสา เจ ปทุฎฺฌฐน  ภาสติ วา กโรติ วา ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ  จกฺกํว วหโต ปทํ ฯ2ฯ

ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง ใจเป็นใหญ่(กว่าสรรพสิ่ง) สรรพสิ่งสำเร็จได้ด้วยใจ ถ้าพูดหรือทำสิ่งใดด้วยใจชั่ว ความทุกข์ย่อมติดตามตัวเขา เหมือนล้อหมุนเต้าตามเท้าโค

Mind foreruns all mental conditions, Mind is chief, mind-made are they; If one speak or acts with a wicked mind, Then suffering follows him Even as the wheel the hoof of the ox.

2. มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฎฺฐา มโนมยา มนสา เจ ปสนฺเนน ภาสติ วา กโรติ วา ตโต นํ สุขมเนฺวติ ฉายาว อนปายินี ฯ2ฯ

ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง ใจเป็นใหญ่(กว่าสรรพสิ่ง) ถ้าพูดหรือทำสิ่งใดด้วยใจบริสุทธิ์ ความสุขย่อมติดตามเขา เหมือนเงาติดตามตน

Mind forerunr all mental conditions, Mind is chief,mind-made are they; If one speaks or acts with a pure mind, Then happiness follows him Even as the shadow that never leaves.

3. อกฺโกฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ เม เข จ ตํ อุปนยฺหนฺติ เวรํ เตสํ น สมฺมติ ฯ3ฯ

ใครมัวคิดอาฆาตว่า “มันด่าเรา มันทำร้ายเรา มันเอาชนะเรา มันขโมยของเรา” เวรของเขาไม่มีทางระงับ

‘He abused me, he beat me, He defeated me, he robbed me; In those who harbour such thoughts Hatred never ceases.

4. อกฺโกฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ มํ เข จ ตํ นูปนยฺหนฺติ เวรํ เตสูปสมฺมติ ฯ4ฯ

ใครไม่คิดอาฆาตว่า “มันด่าเรา มันทำร้ายเรา มันเอาชนะเรา มันขโมยของเรา” เวรของเขาย่อมระงับ

‘Heabused me, he beat me, He defeated me, he robbed me’ In those who harbour not such thoughts Hatred finds its end.
5. น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ อเวเรน จ สมฺมนฺติ เอส ธมฺโม สนนฺตโน ฯ5ฯ

แต่ไหนแต่ไรมา ในโลกนี้ เวรไม่มีระงับด้วยการจองเวร มีแต่ระงับด้วยการไม่จองเวร นี้เป็นกฎเกณฑ์ตายตัว

At any time in this world, Hatred never ceases by haterd, But through non-hatred it ceases, This is an eternal law.

6. ปเร จ น วิชานนฺติ มยเมตฺถ ยมามเส เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ ตโต สมฺมนฺติ เมธคา ฯ6ฯ

คนทั่วไปมักนึกไม่ถึงว่า ตนกำลังพินาศ เพราะวิวาททุ่มเถึยงกัน ส่วนผ้ร้ความจริงเช่นนั้น ย่อมไม่ทะเลาะกันอีกต่อไป

The common people know not That in this Quarrel they will perish, But those who realize this truth Have their Quarrels calmed thereby.

7. สุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ อินฺทฺริเยสุ อสํวุตํ โภชนมฺหิ อมตฺตญฺญุํกุสีตํ หีนวีริยํ ตํ เว ปสหตี มาโร วาโต รุกฺขํว ทุพฺพลํ ฯ7ฯ

มารย่อมสามารถทำลายบุคคล ผ้ตกดป็นทาสของความสวยงาม ไม่ควบคุมการแสดงออก ไม่ร้ประมาณในโภชนาหาร เกียจคร้านและอ่อนแอ เหมือนลมแรงพัดโค่นต้นไม้ที่ไม่แข็งแรง

As the wind overthrows a weak tree, So does Mara overpower him Who lives attached to sense pleasures Who liveswith his senses uncontrolled, Who knows not moderation in his food, And who is indolent and inactive.

8. อสุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ อินฺทฺริเยสุ สุสํวุตํ โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญุํสทฺธํ อารทฺธวีริยํ ตํ เว นปฺปสหตี มาโร วาโต เสสํว ปพฺพตํ ฯ8ฯ

มารย่อมไม่สามารถทำลายบุคคล ผู้ไม่ตกเป็นทาสของความสวยงาม รูจักควบคุมการแสดงออก รู้ประมาณในโภชนาหาร มีศรัทธา และมีความขยันหมั่นเพียร เหมือนลมไม่สามารถพัดโค่นภูเขา

As the wind does not overthrow a rocky mount, So Mara indeed does not overpower him Who lives unattached to sense pleasures, Who lives with his senses well-controlled, Who knows moderation in his food, And who is full of faith and high vitality.

9. อนิกฺกสาโว กาสาวํ โย วตฺถํ ปริทเหสฺสติ อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ ฯ9ฯ

คนที่กิเลสครอบงำใจ ไร้การบังคับตนเองและไร้สัตย์ ถึงจะครองผ้ากาสาวพัสตร์ ก็หาคู่ควรไม่

whosoever, not freed from defilements, Without self-control and truthfulness, Should put on the yellow robe- He is not worthy of it.

10. โย จ วนฺตกสาวสฺส สีเลสุ สุสมาหิโต อุเปโต ทมสจฺเจน ส เว กาสาวมรหติ ฯ10ฯ

ผู้หมดกิเลสแล้ว มั่นคงในศีล รู้จักบังคับตนเอง และมีสัตย์ ควรครองผ้ากาสาวพัสตร์แท้จริง

But he who discared defilements, Firmly established in moral precepts, Possessed of self-control and truth, Is indeed worthy of the yellow robe.

11. อสาเร สารมติโน สาเร จ อสารททสฺสิโน เต สารํ นาธิคจํฉนฺติ มิจฺฉาสงฺกปฺปโคจรา ฯ11น

ผู้ใดเห็นสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ว่าเป็นสาระ เห็นสิ่งที่เป็นสาระ ว่าไร้สาระ ผู้นั้นมีความคิดผิดเสียแล้ว ย่อมไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ

In the unessential they imagine the essential, In the essential they see the unessential; They who feed on wrong thoughts as such Never achieve the essential.

12. สารญฺจ สารโต ญตฺวา อาสารญฺจ อสารโต เต สารํ อธิคจฺฉนฺติ สมฺมาสงฺกปฺปโคจรา ฯ12ฯ

ผู้ที่เข้าใจสิ่งที่เป็นสาระ ว่าเป็นสาระ และสิ่งที่ไร้สาระว่าไร้สาระ มีความคิดเห็นชอบ ย่อมประสบสิ่งที่เป็นสาระ

Knowing the essential as the essential, And the unessential as the unessential, They who feed on right thoughts as such Achieve the essential.

13. ยถา อคารํ ทุจฺฉนฺนํ วุฎฺฐิ สมติวิชฺฌติ เอวํ อภาวิคํ จิตฺตํ ราโค สมติวิชฺฌติ ฯ13ฯ

เรือนที่มุงไม่เรียบร้อย ฝนย่อมไหลย้อยเข้าได้ ใจที่ไม่อบรมฝึกหัด ราคะกำหนัดย่อมครอบงำ

Even as rain into an ill-thatched house, Even so lust penetrates an undeveloped mind.

14. ยถา อคารํ สุจฺฉนฺนํ วุฎฺฐิ น สมติวิชฺฌติ เอวํ สุภาวิตํ จิตฺตํ ราโค น สมติวิชฺฌติ ฯ14ฯ

เรือนที่มุงเรียบร้อย ฝนย่อมไหลย้อยเข้าไม่ได้ ใจที่อบรมเป็นอย่างดี ราคะไม่มีวันเข้าครอบงำ

Even as rain gets not into a well -thatched house, Even so lust penetrates not a well-developed mind.

15. อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ โส โสจติ โส วิหญฺญติ ทิสิวา กมฺมกิลิฎฺฐมตฺตโน ฯ15ฯ

คนทำชั่วย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ คนทำชั่วย่อมเศร้าโศกในโลกหน้า คนทำชั่วย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง คนทำชั่วย่อมเศร้าโศกเดือดร้อนยิ่งนัก เมื่อมองเห็นแต่กรรมชั่วของตน

Here he grieves, hereaafter he grieves, In both worlds the evil-doer grieves; He mourns, he is afflicted, Beholding his own impure deeds.

16. อิธ โมทติ เปจฺจ โมทติ กตปุญฺโญ อุภยตฺถ โมทติ โส โมทติ ดส ปโมทติ ทิสฺวา กมฺมวิสุทฺธิมตฺตโน ฯ16ฯ

คนทำดีย่อมร่าเริงในโลกนี้ คนทำดีย่อมร่าเริงในโลกหน้า คนทำดีย่อมร่าเริงในโลกทั้งสอง คนทำดีย่อมร่าเริง เบิกบานใจยิ่งนัก เมื่อมองเห็นแต่กรรมบริสุทธิ์ของตน

Here he rejoices, hereafter he rejoices, In both worlds the well-doer rejoices; He rejoices, exceedingly rejoices, Seeing his own pure deeds.

17. อิธ ตปฺปติ เปจิจ ตปฺปติ ปาปการี อุภยตฺถ ตปฺปติ ปาปํ เม กตนิติ ตปฺปติ ภิยฺโย ตปฺปติ ทุคฺคตึ คโต ฯ17ฯ

คนทำชั่วย่อมเดือดร้อนในโลกนี้ คนทำชั่วย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า คนทำชั่ว ย่อมเดือดร้อนในโลกทั้งสอง เมื่อคิดได้ว่า ตนทำแต่กรรมชั่ว ตายไปเกิดในทุคติ ยี่งเดือดร้อนหนักขึ้น

Here he laments, hereafter he laments, In both worlds the evil-doer laments; Thinking; ‘Evil have I done’, thus he laments, Furthermore he laments, When gone to a state of woe.

18. อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ กตปุญฺโญ อุภยตฺถ นนฺทติ ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนิทติ ภิยฺโย นนฺทติ สุคตึ คโต ฯ18ฯ

คนทำดีย่อมสุขใจในโลกนี้ คนทำดีย่อมสุขใจในโลกหน้า คนทำดีย่อมสุขใจในโลกทั้งสอง เมื่อคิดว่าตนได้ทำแต่บุยกุศล ย่อมสุขใจ ตายไปเกิดในสุคติ ยิ่งสุขใจยิ่งขึ้น

Here he is happy, hereafter he is happy, In both worlds the well-doer is happy; Thinking; ‘Good have I done’, thus he is happy, When gone to the state of bliss.

19. พหุมฺปิ เจ สํหิตํ ภาสมาโน น ตกฺกโร โหติ นโร ปมตฺโต โคโปว คาโว คณยํ ปเรสํ น ภาควา สามญฺญสฺส โหติ ฯ19ฯ

คนที่ท่องจำตำราได้มาก แต่มัวประมาทเสีย ไม่ทำตามคำสอน ย่อมไม่ได้รับผลที่พึงได้จากการบวช เหมือนเด็กเลี้ยงโค นับโคให้คนอื่นเขา

Though much he recites the Sacred Texts, But acts not accordingly, the heedless man is like the cowherd who counts others’kine; He has no share in religious life.

20. อปฺปมฺปิ เจ สํหิตํ ภาสมาโน ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ สมฺมปฺปชาโน สุวิมุตฺตจิตฺโต อนุปาทิยาโน อิธ วา หุรํ วา ส ภาควา สามญฺญสฺส โหติ ฯ20ฯ

ถึงจะท่องจำตำราได้น้อย แต่ประพฤติชอบธรรม ละราคะ โทสะ และโมหะได้ รู้แจ้งเห็นจริง มีจิตหลุดพ้น ไม่ยึดมั่น ถือมั่น ทั้งปัจจุบันและอนาคต เขาย่อมได้รับผลที่พึงได้จากการบวช

Though little he recites the Sacred Texts, But puts the precepts into practice, Forsaking lust, hatred and delusion,
With rigth knowledge, with mind well freed, Cling to nothing here or hereafter, He has a share in religious life.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
dmc.tv
bloggang.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต : หมวดความรัก

หมวดความรัก

๑. อโยเค ยุญฺชมตฺตานํ
โยคสฺมิญฺจ อโยชนํ
อตฺถํ หิตฺวา ปิยคฺคาหี
ปิเหตตฺตานุโยคินํ

พยายามในสิ่งที่ไม่ควรพยายาม
ไม่พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม
ละเลยสิ่งที่เป็นประโยชน์ ติดอยู่ในปิยารมณ์
คนเช่นนี้ก็ได้แต่ริษยาผู้ที่พยายามช่วยตัวเอง

Exerting oneself in what should be shunned,
Not exerting where one should exert,
Rejecting the good and grasping at the pleasant,
One comes to envy those who exert themselves.

๒. มา ปิเยหิ สมาคญฺฉิ
อปฺปิเยหิ กุทาจนํ
ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ
อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ

อย่าติดอยู่ในสิ่งที่เรารัก หรือไม่รัก
การพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เป็นทุกข์
การพบเห็นแต่สิ่งที่ไม่รัก ก็เป็นทุกข์

Be not attached to the beloved
And never with the unbeloved.
Not to meet the beloved is painful
As also to meet with the unbeloved.

๓. ตสฺมา ปิยํ น กยิราถ
ปิยาปาโย หิ ปาปโก
คนฺถา เตสํ น วิชฺชนฺติ
เยสํ นตฺถิ ปิยาปิยํ

เพราะฉะนั้น ไม่ควรรักสิ่งใด
เพราะพลัดพรากจากของรัก เป็นทุกข์
ผู้ที่หมดความรักและความไม่รักแล้ว
เครื่องผูกพัน ก็พลอยหมดไปด้วย

Therefore hold nothing dear,
For separation from the beloved is painful.
There are no bonds for those
To whom nothing is dear or not dear.

๔. ปิยโต ชายเต โสโก
ปิยโต ชายเต ภยํ
ปิยโต วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
ที่ใดมีของรัก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีของรัก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีของรักเสียแล้ว
โศกภัย ก็ไม่มี

From the beloved springs grief,
From the beloved springs fear;
For him who is free from the beloved
There is neither grief nor fear.

๕. เปมโต ชายเต โสโก
เปมโต ชายเต ภยํ
เปมโต วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความรักเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From love springs grief,
From love spring fear;
For him who is free from love
There is neither grief nor fear.

๖. รติยา ชายเต โสโก
รติยา ชายเต ภยํ
รติยา วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
ที่ใดมีความยินดี ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความยินดี ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความยินดีเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From attachment springs grief,
From attachment sprighs fear;
For him who is free from attachment
There is neither grief nor fear.

๗. กามโต ชายเต โสโก
กามโต ชายเต ภยํ
กามโต วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ

ที่ใดมีความใคร่ ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความใคร่ ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความใคร่เสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From lust springs grief,
From lust springs fear;
For him who is free from lust
There is neither grief nor fear.

๘. ตณฺหาย ชายเต โสโก
ตณฺหาย ชายเต ภยํ
ตณฺหาย วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความทะยานอยากเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From craving springs grief,
From craving springs fear;
For him who is free from craving
There is neither grief no fear.

๙. สีลทสฺสนสมฺปนฺนํ
ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินํ
อตฺตโน กมฺมกุพฺพานํ
ตํ ชโน กุรุเต ปิยํ

ผู้ประพฤติดี มีความเห็นถูกต้อง
มั่นอยู่ในคลองธรรม พูดคำสัตย์
ปฏิบัติหน้าที่ของคนสมบูรณ์
คนย่อมเทิดทูนด้วยความรัก

He who is perfect in virtue and insight,
Is established in the Dharma;
Who speaks the truth and fulfills his won duty-
Him do people hold dear.

๑๐. ฉนฺทชาโต อนกฺขาเต
มนสา จ ผุโฏ สิยา
กาเมสุ อปฺปฏิพทฺธจิตฺโต
อุทฺธํโสโตติ วุจฺจติ

พระอนาคามีผู้ใฝ่พระนิพพาน
สัมผัสผ่านผลสามด้วยใจ
หมดปฏิพัทธ์รักใคร่ในกาม
จึงได้สมญานามว่า “ผู้ทวนกระแส”

He who has developed a wish for Nibbana,
He whose mind is thrilled 9with the Three Fruits),
He whose mind is not bound by sensual pleasures,
Such a person is called ‘Upstream-bound One”.

๑๑. จิรปฺปวาสึ ปุริสํ
ทูรโต โสตฺถิมคตํ
ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ
อภินนฺทนฺติ อาคตํ

บุรษผู้จากไปนาน
เมื่อกลับมาจากไพรัชสถานโดยสวัสดี
ญาติ และมิตรสหายย่อมยินดีต้อนรับ

After a long absence
A man returns home
Safe and sound from afar,
Kinsmen and friends gladly welcome him.

๑๒. ตเถว กตปุญฺญมฺปิ
อสฺมา โลกา ปรํ คตํ
ปุญฺญานิ ปฏิคณฺหนฺติ
ปิยํ ญาตึว อาคตํ

บุญที่ได้ทำไว้ในโลกนี้
ย่อมต้อนรับผู้ที่จากไป
เหมือนญาติที่รักมาจากที่ไกล
ฝูงชนย่อมเต็มใจต้อนรับ

Likewise, good deeds well receive the doer
Who has gone from here to the next world,
As kinsmen receive a dear friend on his return.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
bloggang.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดความสุข

หมวดความสุข

-สุสุขํ วต ชีวาม เวริเนสุ อเวริโน เวริเนสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อเวริโน
     ในหมู่มนุษย์ ผู้จองเวรกัน พวกเราไม่จองเวรใคร ช่างอยู่สบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ผู้เต็มไปด้วยเวร พวกเราอยู่อย่างปราศจากเวร

-สุสุขํ วต ชีวาม อาตุเรสุ อนาตุรา อาตุเรสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อนาตุรา
     ในหมู่มนุษย์ ผู้มีกิเลส พวกเราหมดกิเลสแล้ว ช่างอยู่สุขสบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ ผู้มีกิเลส พวกเราอยู่ปราศจากกิเลส

-สุสุขํ วต ชีวาม อุสฺสุกฺเกสุ อนุสฺสุกา อุสฺสุกฺเกสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อนุสฺสุกา
     ในหมู่มนุษย์ ผู้มีความกระวนกระวาย พวกเราไม่กระวนกระวาย ช่างอยู่เป็นสุขสบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ ผู้มีความกระวนกระวาย พวกเราอยู่ปราศจากความกระวนกระวาย

-สุสุขํ วต ชีวาม เยสํ โน นตฺถิ กิญฺจนํ ปีติภกฺขา ภวิสฺสาม เทวา อาภสฺสรา ยถา
     พวกเราไม่มีกิเลสเศร้าหมองใจ ช่างอยู่สุขสบายจริงหนอ พวกเรามีปีติเป็นภักษาหาร เปรียบปานเหล่าอาภัสรพรหม

-ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต อุปสนฺโต ชยปราชยํ
     ผู้แพ้ย่อมก่อเวร ผู้พ่ายย่อมอยู่เป็นทุกข์ ผู้ละความแพ้และความพ่ายเสีย มีใจสงบระงับนั่นแหละเป็นสุข

-นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ นตฺถิ โทสสโม กลิ นตฺถิ ขนฺธสมา ทุกฺขา นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ
     ไม่มีไฟใดเสมอด้วยราคะ ไมีมีโทษใดเสมอด้วยโทสะ ไม่มีทุกข์ใดเสมอด้วยเบญจขันธ์ ไม่มีสุขใดเสมอด้วยความสงบ

-ปวิเวกรสํ ปิตฺวา รสํ อุปสมสฺส จ นิทฺทโร โหติ นิปฺปาโป ธมฺมปีติรสํ ปิวํ
     เมื่อได้ลิ้มรสแห่งวิเวก และรสพระนิพพานอันสงบ ได้ดื่มรสแห่งความอิ่มเอมในพระธรรม บุคคลย่อมจะหมดบาป หมดทุกข์ร้อน

-สาธุ ทสฺสนมริยานํ สนฺนิวาโส สทา สุโข อทสฺสเนน พาลานํ นิจฺจเมว สุขี สิยา ฯ
     การพบพระอริยเจ้าเป็นความดี การอยู่ร่วมกับท่านให้เกิดสุขทุกเมื่อ เมื่อไม่คบคนพาลเสียได้ คนเราพึงมีความสุขเป็นนิจนิรันดร์

-พาลสงฺคตจารี หิ ทีฆมทฺธาน โสจติ ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิตฺเตเนว สพฺพทาธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม
     เพราะผู้คบคนพาล ย่อมเศร้าโศกนาน การอยู่ร่วมกับคนพาลมีแต่ความทุกข์ เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู การอยู่ร่วมกับนักปราญ์มีแต่ความสุข เหมือนสมาคมของญาติ

- ตสฺมา หิ ธีรญฺจ ปญญญฺจ พหุสฺสุตญจ โธรยฺหสีลํ วตวนฺตมริยํ ตํ ตาทิสํ สปฺปุริสํ สุเมธํ ภเชถ นกฺขตฺตปถํว จนฺทิมา
     เพราะฉะนั้นจึงควรประพฤติตามผู้เป็นปราชญ ผู้เฉียบแหลม ศึกษาเล่าเรียนมาก มีศีลาจารวัตร เรียบร้อย เป็นพระอริยะ เป็นสัตบุรุษ มีปัญญาดี เหมือนพระจันทร์ไปตามทางของกลุ่มนักขัตฤกษ์

•  ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ทั้งหลาย นำสุขมาให้
•  ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว หลับและตื่นย่อมเป็นสุข
•  ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี
•  ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก
•  การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้
•  ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข
•  นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
•  จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล
•  ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
•  การประพฤติประโยชน์กับคนไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่นำสุขมาให้เลย
•  ความดี โจรลักไม่ได้
•  คนเรานี้ ถ้ามีอันทำชั่วลงไป ก็อย่าพึงทำความชั่วนั้นซ้ำเข้าอีก
•  บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ
•  ความชั่ว ไม่ทำเสียเลย จะดีกว่า
•  ความดี ทำไว้แล จะดีกว่า
•  อย่าดูหมิ่นความชั่วว่าเล็กน้อย คงจักไม่มีผลมาถึงตัว
•  สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
•  ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว
•  ธรรมนั่นแหละ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
•  ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำมาซึ่งความสุข
•  ผู้อิ่มในธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
•  เกียรติไม่ทิ้งผู้ตั้งอยู่ในธรรม
•  ผู้ประพฤติธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
•  กรรมไม่ดี ย่อมเผาผลาญในภายหลัง
•  การสร้างสมความดี นำสุขมาให้
•  ไม่ควรทำบาป แม้เพราะเห็นแก่กิน
•  การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตนนั้นทำง่าย
•  ความดี คนชั่ว ทำยาก
•  ความดี คนดี ทำง่าย
•  ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุญ นี้เป็นชื่อของความสุข
•  ถึงคราวจะสิ้นชีพ บุญก็ช่วยให้เป็นสุข
•  การไม่ทำความชั่ว ย่อมก่อให้เกิดความสุข
•  ความชั่ว คนชั่ว ทำง่าย
•  เพราะน้ำหยดทีละน้อย หม้อน้ำก็ยังเต็มได้
•  ความดีที่ทำไว้เองนี้แหละ เป็นทรัพย์ส่วนของตัวโดยเฉพาะ
•  ตายเพราะชอบธรรมดีกว่า อยู่อย่างไม่ชอบธรรม จะมีค่าอะไร
•  กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือ ให้ทราม และประณีต
•  ความดีที่ทำไว้เองเป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า
•  ทำกรรมใดแล้ว ไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลดี
•  อย่าพึงสร้างความพอใจในความชั่วนั้น การสั่งสมความชั่ว เป็นการก่อความทุกข์
•  ทำกรรมใดแล้ว ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลไม่ดี
•  ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตน โดยทางไม่ชอบธรรม
•  ธีรชนสร้างความดีทีละน้อย ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดี
•  การใดเป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแลทำได้ยากยิ่ง
•  พาลชนสร้างสมความชั่วทีละน้อย ก็เต็มเพียบไปด้วยความชั่ว
•  การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้เพียบพร้อม การชำระจิตของตนให้ผ่องใส สามนี้ คือคำสอนของพระพุทธเจ้า
•  คนมีความชั่วย่อมเดือนร้อน เพราะกรรมของตน
•  ไม่ได้แต่ชอบธรรมดีกว่า ถึงได้แต่ไม่ชอบธรรมจะดีอะไร
•  บัณฑิตไม่ประกอบความชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว
•  บัณฑิตนั้น ถึงถูกทุกข์กระทบ ถึงพลาดพลั้งลงก็คงสงบอยู่ได้ และ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะชอบหรือชัง
•  ช่างดอกไม้ ร้อยพวงมาลัยได้มากมาย จากดอกไม้กองหนึ่ง ฉันใด คนเรา เกิดมาแล้วก็ควร สร้างความดีงามให้มาก ฉันนั้น
•  บุคคลใดเคยทำกรรมชั่วไว้ แล้วกลับตัวได้ หันมาทำดีปิดกั้น บุคคลนั้นย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์อันพ้นจากเมฆหมอก
•  บุคคลใดในกาลก่อนเคยผิดพลาด ครั้นภายหลังเขากลับตัวได้ไม่ประมาท บุคคลนั้น ย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์ อันพ้นจากเมฆหมอก
•  พึงสละทรัพย์ เพื่อเห็นแก่อวัยวะ พึงสละอวัยวะ ในเมื่อจะรักษาชีวิต พึงสละได้หมด ทั้งอวัยวะ ทรัพย์ และ ชีวิต ในเมื่อคำนึงถึงธรรม

ขอบคุณที่มาข้อมูล
baanjomyut.com
bloggang.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:ความประมาท

 ความประมาท

-อปฺปมตฺตา น มียนฺติ  
   ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย
-อปฺปมาทรตา โหถ  
   ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ยินดีในความไม่ประมาท
-อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ  
   บัณฑิตย่อมสรรเสริญความไม่ประมาท
-อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ  
   บัณฑิตผู้ไม่ประมาท ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งสอง
-อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต
    ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์
-อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐฺ รกฺขติ  
   ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์ประเสริฐสุด
-อปฺปมาทรโต ภิกฺขุ ปมาเท ภยทสฺสิ วา สญฺโญชนํ อณํ ถูลํ ฑหํ อคฺคีว คจฺฉติ  
   ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือ เห็นภัยในความประมาท ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น
-อปฺปมาทรโต ภิกขุ ปมาเท ภยทสฺสิ วา อภพฺโพ ปริหานาย นิพพานสฺเสว สนฺติเก  
   ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท หรือ เห็นภัยในความประมาท เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม ชื่อว่าอยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว
-อวํวิหารี สโต อปฺปมตฺโต ภิกฺขุ จรํ หิตฺวา มมายิตานิ ชาติชรํ โสกปริทฺทวญฺจ อิเธว วิทฺวา ปชเหยฺย ทุกฺขํ  
   ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้วไปเที่ยวไป เป็นผู้รู้ พึงละชาติ ชรา โสกะ ปริเทวะ และทุกข์ ในโลกนี้ได้
-อุฏฺฐฺานวโต สติมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน สญฺญฺตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ 
   ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท

•  ความประมาท เป็นทางแห่ง ความตาย
•  ความประมาท บัณฑิต ติเตียนทุกเมื่อ
•  ความประมาท เป็นมลทินของผู้รักษา
•  ผู้ประมาท เหมือนคนตายแล้ว
•  ไม่ควรสมคบด้วยความประมาท
•  อย่ามัวประกอบความประมาท
•  คนมีปัญญาทราม ย่อมประกอบแต่ความประมาท
•  คนประมาท ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
•  ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย, มันทำสมองของเขาให้เขว, ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย
•  ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่า
•  เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น
•  คนทอดทิ้งกิจที่ควรทำ ไปทำกิจที่ไม่ควรทำ เมื่อเขาถือตัวมัวประมาท อาสวะย่อมเจริญ
•  หากกล่าวพุทธพจน์ได้มาก แต่เป็นคนประมาท ไม่ทำตามพุทธพจน์นั้น ก็ไม่มีส่วนแห่งสามัญญผล เหมือนคนเลี้ยงโค คอยนับโคให้ผู้อื่นฉะนั้น
•  ไม่ควรเปล่งวาจาที่ดี ให้เกินควรแก่กาล

ขอบคุณที่มาข้อมูล

 

พุทธศาสนสุภาษิต : หมวดการชนะ

หมวดการชนะ
meditation

-สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ : การให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
-สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ : รสแห่งธรรมะ ย่อมชนะรสทั้งปวง
-ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ : ความสิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
-ชิเน กทริยํ ทาเนน  : พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้
-ชยํ เวรํ ปสวติ : ผู้ชนะ ย่อมก่อเวร
-อสาธํ สาธุนา ชิเน : พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี
-อกฺโกเธน ชิเน โกธํ  : พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
-ตํ โข ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ นาวชิยฺยติ : ความชนะใดที่ชนะแล้วไม่กลับแพ้ ความชนะนั้นดี
-สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ : ความยินดีในธรรมะ ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
-น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ : อวชิยฺยติ. ความชนะใดที่ชนะแล้ว กลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี

ขอบคุณที่มาข้อมูล
baanjomyut.com
dhammathai.org

ขอบคุณที่มารูปภาพ
oknation.net

พุทธศาสนสุภาษิต

พุทธศาสนสุภาษิต

e0b8a3e0b8b9e0b89b

ความโกรธ
-วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา        
การทะเลาะวิวาท มีแต่โทษภัย
-นิสมฺม กรณํ เสยฺโย        
ใคร่ครวญก่อนทำ ย่อมดีกว่า
-นตฺถิ โทสสโม กลิ         
ไม่มีโทษใด ร้ายแรงเท่าความโกรธ
-อนตฺถชนโน โกโธ         
ความโกรธ ย่อมก่อความวินาศ
-โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ         
ขจัดความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข
-โกธํ ทเมน อุจฺฉินเท        
พึงกำจัดความโกรธ ด้วยการข่มใจ
-มาโกธสฺส วสํ คมิ บุคคล   
ไม่ควรลุอำนาจความโกรธ
-ขนฺติ สาหสวารณา         
ความอดทน ห้ามไว้ได้ซึ่งความหุนหันพลันแล่น
-โกธํ ฆตฺวา น โสจติ          
ฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมไม่เศร้าโศก
-โกโธ สตฺถมลํ โลเก          
 ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก
-โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ           
ฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมอยู่เป็นสุข

ความสามัคคี
-สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา       
ความสามัคคี มีแต่ความเจริญ
-สามคฺคิยาติ ทุชฺชโย        
สามัคคีกันไว้ ก็ยากที่ใครจะชนะได้

ความเสียสละ
-จาคมานุพฺรูเหยฺย             
ควรเพิ่มพูน ความเสียสละ
-เช เอกํ กุลสฺสตฺถํ            
สละสุขส่วนตนเพื่อประโยชน์ของตระกูล
-คามสฺสตฺถํ กุลํ จเช          
สละสุขของตระกูลเพื่อประโยชน์ของชุมชน
-คามํ ชนปทสฺสตฺถํ          
สละสุขของชุมชนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
-ภูตํ เสสํ ทยิตพฺพํ             
คนทุกคน ควรเกื้อกูลแก่กัน

การชนะ
-สพฺพรติง ธมฺมรติ ชินาติ           
ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
-ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ      
ความสิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
-น หิ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ อวชิยฺยติ  
ความชนะที่ไม่กลับแพ้เป็นดี
-อสาธุง สาธุนา ชิเน                
พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดีของตน
-ชิเน กทริยํ ทาเนน                  
พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้
-สจฺเจนาลิกวาทินํ                  
พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง
-อุตฺตมํ ปณิปาเตน                  
ควรชนะผู้ที่สูงกว่าด้วยการอ่อนน้อม
-วิกฺกเมน สมํ ชเย                   
ควรชนะผู้เสมอกัน ด้วยความเข้มแข็ง

มลทิน
-อสชฺฌายมลา มนฺตา        
มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน
-อนุฏฺฐานมลา ฆรา          
เหย้าเรือนมีความไม่หมั่นเป็นมลทิน
-มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ       
ความเกียจค้านเป็นมลทินแห่งผิวพรรณ
-มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ            
ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง

บริสุทธิ์
-สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ                           
ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์มีเฉพาะตัว
-นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย                       
ผู้อื่นพึงทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้
-สุทฺธสฺส สุจิกมฺมสฺส สทา สมฺปชฺชเต วตํ     
พรตของผู้บริสุทธิ์มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล
fungdham.com
archive.ch7.com
ขอบคุณที่มารูปภาพ
abmt0.tripod.com

พุทธศาสนสุภาษิต : หมวดสามัคคี

หมวดสามัคคี 

01_182

  - สามัคคีของหมู่ทำให้เกิดสุข 
  - จงสามัคคีมีน้ำใจต่อกัน 
 -  ความเพียรของหมู่ชนผู้พร้อมเพรียงกันทำให้เกิดสุข 
 -  สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกันยังฆ่าเสือโคร่งได้ เพราะใจรวมเป็นอันเดียว 
 -  ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้เป็นหมู่ ยังความเจริญให้สำเร็จ 
 -  พึงศึกษาความสามัคคี ความสามัคคีนั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลาย สรรญเสริญแล้ว ผู้ยินดีในสามัคคี ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ 
 -  ท่านทั้งหลายจงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย และความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว เป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด นี้เป็นพระพุทธานุศาสนี 
 -  ผู้ใดเมื่อคนอื่นล่วงเกินกันอยู่ ตนเองกลับหาทางเชื่อมเขาให้คืนดีกันได้ ผู้นั้นแล ชื่อว่าเป็นคนเอาภาระ เป็นผู้จัดธุระที่ดียอดเยี่ยม 
 -  ผู้ใดรู้โทษที่ตนล่วงละเมิด ผู้ใดย่อมรับรู้โทษ ที่เขามาสารภาพ คนทั้งสองนี้ย่อมพร้อมเพรียงกันยิ่งขึ้น มิตรภาพของเขาย่อมไม่เสื่อมคลาย 
 -  ถ้าแม้สัตบุรุษวิวาทกัน ก็กลับเชื่อมกันได้สนิทโดยเร็ว ส่วนคนพาลทั้งหลายย่อมแตกกันเหมือนภาชนะดิน เขาย่อมไม่ได้ความสงบเวรกันเลย
 -  ความพร้อมเพรียงของหมู่ให้เกิดสุข
 -  ถ้าสัตบุรุษวิวาทกัน ก็เชื่อมกันได้โดยเร็ว ส่วนคนพาลแตกกันเหมือนหม้อดิน เขาย่อมไม่ได้ความสงบเวรกันเลย
 -  ต้นไม้งามใหญ่โตที่ขึ้นโดดเดี่ยว ลมก็ย่อมพัดให้หักโค่นลงได้
 -  การอนุเคราะห์หมู่ผู้พร้อมเพรียงกัน ก่อให้เกิดความสุข
 -  ผู้ทำลายสงฆ์ต้องไปเกิดในอบายนรกตลอดกัป
 -  สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกัน ยังฆ่าเสือโคร่งได้ เพราะใจรวมเป็นอันเดียว
 -  ความเพียรของหมู่ชนผู้พร้อมเพรียงกัน ก่อให้เกิดความสุข
 -  ผู้ใด เมื่อคนอื่นล่วงเกินกันอยู่ ตนเองกลับหาทาง เชื่อมเขาให้คืนดีกันได้ ผู้นั้นแล ชื่อว่าเป็นคนเอาภาระเป็นผู้จัดธุระที่ดียอดเยี่ยม
 -  ภิกษุสมานสงฆ์ ให้พร้อมเพรียงกันแล้ว ย่อมบันเทิงในสรวงสวรรค์ตลอดกัป
ขอบคุณที่มาข้อมูล
baanjomyut.com
mongkolchevit.googlepages.com
ขอบคุณที่มารูปภาพ
webboard.crsc.kmitl.ac.th

พุทธศาสนสุภาษิต:หมวดความโกรธ

พุทธศาสนสุภาษิต
หมวดความโกรธ

e0b89ee0b8a3e0b8b03

 

  • โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท : พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ
  • โกโธ สตฺถมลํ โลเก : ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก
  • โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ : ฆ่าความโกรธได้ อยู่เป็นสุข
  • โกธํ ปญฺญาย อุจฺฉินฺเท : พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา
  • โกธสมฺมทสมฺมตฺโต อายสกฺยํ นิคจฺฉติ : ผู้เมามึนด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์
  • ยํ กุทฺโธ อุปโรเธติ สุกรํ วิย ทุกฺกรํ : ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นทำยากก็เหมือนทำง่าย
  • อนตฺถชนโน โกโธ : ความโกรธก่อความพินาศ
  • ทุกฺขํ สยติ โกธโน : คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
  • อปฺโป หุตฺวา พหุ โหติ วฑฺฒเต โส อขนฺติโช : ความโกรธน้อยแล้วมาก มันเกิดจากความไม่อดทน จึงทวีขึ้น
  • ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ : ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้
  • อนตฺถชนโน โกโธ : ความโกรธ ก่อความพินาศ
  • โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ : ฆ่าความโกรธได้อยู่เป็นสุข
  • โกธาภิภูโต  กุสลํ  ชหาติ : ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมสละกุศลเสีย
  • กุทฺโธ  ธมฺมํ  น  ปสฺสติ : ผู้โกรธย่อมไม่เห็นธรรม
  • โกธชาโต  ปราภโว : ผู้เกิดความโกรธแล้ว เป็นผู้ชิบหาย

- ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม 
-  พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ 
-  ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก 
-  ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว (เพราะความโกรธได้เข้าพำนักหมดสิ้นแล้ว) 
- ความโกรธย่อมทำจิตให้กำเริบ 
-  ผู้โกรธ ย่อมไม่รู้อรรถ 
-  ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม 
-  ฆ่าความโกรธได้ อยู่เป็นสุข 
-  พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา 
-  ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย 
-  ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์ 
-  ผู้เกิดความโกรธแล้ว เป็นผู้ฉิบหาย 
-  คนมักโกรธ ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง 
-  ผู้มืนเมาด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์ 
-  ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมนย่อมเกิดมีขึ้นเมื่อนั้น 
-  ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นทำยากก็เหมือนทำง่าย 
-  ความโกรธก่อความพินาศ 
-  ฆ่าความโกรธได้ ไม่โศกเศร้า 
-  คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์ 
-  โทสะมีความโกรธเป็นสมุฏฐาน 
-  ความโกรธน้อยแล้วมาก มักเกิดจากความไม่อดทน จึงทวีขึ้น 
-  ความผิดเสมอด้วยโทสะไม่มี 
-  ความโกรธไม่ดีเลย 
-  อย่าลุแก่อำนาจความโกรธ 
-  ผู้โกรธ ย่อมฆ่ามารดาของตนได้ 
-  ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเลี่ยงคนมักโกรธ 
-  ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้ 
-  คนมักโกรธถือเอาประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ
baanjomyut.com
61.19.145.8
ecurriculum.mv.ac.th

พุทธศาสนสุภาษิต:ความสุข

พุทธศาสนสุภาษิต:ความสุข

          พุทธศาสนสุภาษิต คือ สุภาษิต ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย หรือ แม้แต่เตือน สติ ให้เรา หู ตา สว่าง เกิดปัญญาเข้าใจ ได้อุบายที่ดีในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหา และพ้นจากเครื่องเศร้าหมองได้

สติ โลกสฺมิ ชาคโร
สติเป็นเครื่องตื่นในโลก
          ทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” อันเป็นคำพูดของคนโบราณใช้สอนลูกหลาน และเป็นการปลูกฝังสติปัญญา นำไปประพฤติปฏิบัติหน้าที่ในชีวิตประจำวันเพื่อควบคุมการกระทำสิ่งต่างๆให้ไม่ผิดพลาด โดยใช้สติสัมปชัญญะแยกแยะดีชั่วในการกระทำทั้งปวง ต้องไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม คำว่า “ใจ” ในที่นี้ ถ้าเป็นใจที่มีสติควบคุมเฝ้าดูแลใจไม่ให้เผลอไผล  “กาย” เป็นผู้ทำหน้าที่แสดงการกระทำต่างๆตามที่”สติ”เป็นผู้สั่งการ หากเปรียบกายเป็นรถยนต์ คนขับเหมือนสติก็ไม่ผิด เพราะการที่รถยนต์จะวิ่งไปสู่เป้าหมายได้ด้สยความปลอดภัย ก็ขึ้นอยู่กับคนขับเป็นผู้รู้เท่าทันสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องตื่น(การมีสติ) อยู่ในการกระทำหน้าที่ตลอดเวลา เผลอไผลไม่ได้ เมื่อใดขาดสติ ชีวิตก็จะตั้งอยู่ในความประมาททันที และความประมาทก็เป็นบ่อเกิดแห่งความเสื่อมและความตายในที่สุด หรือแม้ในขณะนี้ถ้าเราอ่านหนังสือด้วยสติ ก็จะทำให้ตื่นอยู่ตลอดเวลาโดยการตั้งใจเรียน ไม่คุยกันในเวลาอาจารย์สอน ทำงานและทำการบ้านส่งตามกำหนด ก็จะประสบความสำเร็จ มีอนาคตที่ก้าวไกลต่อไป

นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี
          ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหาและปรารถนาที่จะได้มาครอบครองเป็นของตนให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ข้อสำคัญต้องสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง ตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบระเบียบตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า อันกำหนดไว้เป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูงสุด จะได้สุขมาก สุขน้อย ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของแต่ละตนที่จะพิจารณาว่าต้องการสุขแบบใด มีทั้งความสุขชั่วครั้งชั่วคราว สุขบ้าง ทุกข์บ้าง และความสงบสุขหรือสุขถาวร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน
           ความสุขอื่นใดในที่นี้หมายถึง “โลกียสุข” คือความสุขที่ยังประกอบด้วยอาสวกิเลสที่หมักหมมอยู่ในสันดาน ไหลซึมผ่านไปย้อมจิตตามกระแสที่เกิดดับต่อเนื่องกัน เมื่อประสมกับอารมณ์ต่างๆ ซึ่งมีอวิชชาคือความหลงอันเป็นเหตุไม่รู้ ตามความจริงของอริยสัจ4 เป็นต้น จึงเป็นเหตุให้สุขบ้าง ทุกข์บ้าง กระวนกระวายไปตามอารมณ์ที่ได้สัมผัส

นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ
นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
          นิพพานคือ สภาพจิตที่หลุดพ้นเป็นอิสระจากกิเลส ตัณหา จิตใจที่ร้อนรุ่มด้วยความโลภ โกรธ หลง นั้นจะมุ่งออกไปข้างนอก หากเราได้นำใจกลับเข้ามาดูใจตนเองแล้ว สิ่งที่ร้อนจะสงบเอง มีความสุขสงบ โปร่ง เบา สบาย เป็นอิสระในตัวเอง ไม่เกิดทุกข์ เนื่องจากการผันแปรของวัตถุภายนอก เป็นอิสระโดยไม่ต้องอาศัยกามคุณ5 ไม่ทรมานดิ้นรน ไม่มีตัวปรุงใดๆ เกิดความสุขสบายเกื้อกูลแก่ผู้นั้นและผู้คนที่เกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรต้องมาช่วงชิง อันนำไปสู่การระงับปัญหา เกิดความสุขสงบอย่างแท้จริง

ธมฺมจารี สุขํ เสติ
ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข
          ผู้ประพฤติธรรมเป็นปกติ ย่อมมีใจหนักแน่นมั่นคง เป็นอิสระจากกิเลส ทำแต่สิ่งที่ควรทำ กล่าวแต่คำที่ควรพูด คิดแต่เรื่องที่ควรคิด เขาจึงอยู่เป็นสุขผู้ประพฤติธรรม ต้องมีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา รวมถึงผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่โดยซื่อสัตย์สุจริต เป็นผู้ทำสิ่งเลวร้ายให้กลายเป็นดี เกลียดธรรมที่เป็นไปเพื่อความแตกแยก ยินดีในธรรมที่เป็นไปเพื่อความสามัคคี มีความคงมั่นไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์เช่นเดียวกับภูเขาหินที่ฝังรากลึกลงไปในดินไม่กระเทือนเพราะถูกลมพัดฉะนั้น ดังนั้น ความเป็นอยู่ของผู้ประพฤติธรรมจึงอยู่เป็นสุขผู้ที่ต้องการความสุข อยากอยู่เป็นสุข ไม่เดือดร้อน ก็ต้องเร่งประพฤติธรรม เริ่มตั้งแต่การประพฤติดีปฏิบัติชอบเป็นต้นไป

ปมาโท มจฺจุโน ปทํ
ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย

          อุบัติเหตุร้ายแรง เกิดขึ้นเพราะความประมาท การดำเนินชีวิตผิดพลาดก็เกิดเพราะความประมาทความเลินเล่อเผลอสติ ความมัวเมา และการดูหมิ่น ชื่อว่าความประมาท คนเลินเล่อเผลอสติ ขับรถก็ประสบอุบัติเหตุ ขับเรือ ขับเครื่องบินก็ประสบอุบัติเหตุ ในวันหนึ่ง ๆ มีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นเพราะความประมาทของคนเพียงไม่กี่คน เช่น รถไฟชนกัน รถสิบล้อชนรถโดยสาร เครื่องบินชนกันกลางอากาศ นั้นหมายถึงความสูญเสียมหาศาล นอกจากอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว อัคคีภัยเผาผลาญชีวิตและทรัพย์สินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะความเผลอของเจ้าหน้าที่หรือเจ้าของบ้าน เจ้าของโรงงาน ทำความสูญเสียทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ความมัวเมาในอบายมุข มัวเมาในทรัพย์สมบัติ มัวเมาในวัย และการดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น ล้วนแต่เป็นทางพินาศนำความย่อยยับแม้แต่ความตายมาถึงตนทั้งนั้นบุคคลจึงไม่ควรประมาท พึงเอาใจใส่ต่อคำเตือนที่ว่า “ระวัง” ให้ดี แล้วท่านจะปลอดภัย

สุสฺสุสํ ลภเต ปญฺญํ
ผู้ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา
          ในการสนทนา หรือในการฟังเรื่องสลักสำคัญ ถ้าตั้งใจฟังจะได้ความรู้ความฉลาดขึ้นการสนทนาของคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป ถ้าคู่สนทนาเป็นผู้อาวุโสมีประสบการณ์มากกว่า มีความรู้หรือคุณวุฒิสูงกว่า คนฉลาดย่อมเลือกที่จะเป็นผู้ฟังมากกว่าเป็นผู้พูด เพราะธรรมดาผู้พูดย่อมนำประสบการณ์ของตนออกมาตีแผ่ถือเป็นผู้ให้ ส่วนผู้ฟังเป็นผู้รับ ยิ่งตั้งใจฟังเท่าไรก็ยิ่งได้ความฉลาดหลักแหลมเพิ่มขึ้นเท่านั้น บางเรื่องหากศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจะต้องใช้เวลาถึง 3 วัน หรืออ่านหนังสือจนนับด้วยร้อยหน้าพันหน้า แต่พอให้รับการถ่ายทอดจากบุคคลอื่นแต่เพียงเวลาอันสั้น อาจแตกฉานยิ่งกว่าศึกษาด้วยตนเองเป็นเวลานานเสียอีกมีคำที่นักปราชญ์กล่าวไว้ว่า “การเป็นนักฟังที่ดี ดีกว่าเป็นนักพูดที่ดี”

ขอบคุณที่มาของข้อมูล
br.ac.th
mediacenter.mcu.ac.th/
baanjomyut.com

Creative Commons LicenseThis blog is personal use only,not for commercial purposed. All trademarks used are properties of their respective owners.
อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช่เพื่อการค้า และต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ทั้งชื่อและ ลิงค์ไปยังหน้าของผลงานที่ทำไปเผยแพร่ Powered by wordpress.org
and Wordpress Themes by conference call of conference call services.
Entries (RSS) and Comments (RSS).

เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง