พระพุทธศาสนสุภาษิต:ขณิกสมาธิ

ขณิกสมาธิ

…..ขณิกสมาธิ แปลว่า สมาธิชั่วขณะ คือสมาธิที่เป็นไปชั่วคราว

…..ขณิกสมาธิ หมายถึงภาวะที่จิตสงบระงับได้ชั่วคราว จัดเป็นสมาธิขึ้นต้นอันเกิดจากการปฏิบัติกรรมฐานที่ทำให้เกิดความสุขสบายได้ชั่วครู่ และเป็นเหตุให้ควบคุมสติอารมณ์ได้ในขณะประกอบกิจหรือศึกษาเล่าเรียน ทำให้ใจเย็นระงับอารมณ์ได้

…..ขณิกสมาธิ เป็นพื้นฐานให้บำเพ็ญกรรมฐานและได้สมาธิที่สูงขึ้นไปคืออุปจารสมาธิและอัปปนา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
kalyanamitra.org

พระพุทธศาสนสุภาษิต:อนาจาร

อนาจาร

นาจาร คือ ความประพฤติผิด ความประพฤติชั่ว ความประพฤติไม่เหมาะสม

อนาจาร ในคำวัด หมายถึง ความประพฤติทางกายและทางวาจาที่ไม่สมควรแก่บรรพชิตเป็นความประพฤติที่ไม่ควร ทำ ไม่ควรมี มิใช่ความประพฤติของบรรพชิต เป็น อุปปถกิริยา คือความประพฤตินอกรีดนอกรอย เป็นความประพฤติต้องห้ามสำหรับบรรพชิต เพราะเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมศรัทธา

อนาจาร ได้แก่ การเล่นสนุกต่างๆ เช่น เล่นแบบเด็กๆ เล่นของเล็กๆ การร้อยพวงมาลัยเล่น การเรียนดิรัจฉานวิชา เช่น ทายเลข ทำเสน่ห์ เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก
kalyanamitra.org

พระพุทธศาสนสุภาษิต:อภัพบุคคล

อภัพบุคคล   

อภัพบุคคล แปลว่า คนไม่สมควร คนไม่เหมาะสม คำไทยใช้ว่า คนอาภัพ

อภัพบุคคล หมายถึง คนที่ไม่อาจบรรลุมรรค ผล นิพพานได้ คนที่ขาดคุณสมบัติไม่อาจบรรพชาอุปสมบทได้ คนที่ไม่เหมาะสมที่จะได้รับประโยชน์เหมือนที่คนอื่นได้รับ

อภัพบุคคล ในพระวินัยหมายถึงคนที่ถูกห้ามอุปสมบทเด็ดขาด ๓ ประเภท คือ

๑. คนมีเพศบกพร่อง ได้แก่ บัณเฑาะก์ (ขันที กะเทย) คนมีสองเพศ

๒. คนประพฤติผิดพระธรรมวินัย ได้แก่ คนฆ่าพระอรหันต์ คนทำร้ายพระพุทธเจ้า คนทำสังฆเภท คนลักเพศ เป็นต้น

๓. คนประพฤติผิดต่อกำเนิดของตน ได้แก่ คนฆ่าบิดา คนฆ่ามารดา

ขอบคุณข้อมูลจาก
kalyanamitra.org

พระพุทธศาสนสุภาษิต:อกุศลมูล

อกุศลมูล แปลว่า รากเหง้าของอกุศลต้นเหตุของอกุศล, ที่เกิดของอกุศล

……อกุศลมูล หมายถึง ต้นเหตุหรือสาเหตุให้ทำบาปอกุศลหรือความชั่วต่างๆ มี ๓ อย่าง คือ

…..1. โลภะ คือความโลภ เป็นต้นเหตุให้เกิดการลักขโมย การปล้น การหลอกลวง การฉ้อโกง เป็นต้น

…..2. โทสะ คือความคิดร้าย เป็นต้นเหตุให้เกิดการล้างผลาญกัน การฆ่าฟัน การทะเลาะวิวาท การพูดจาหยาบคาย เป็นต้น

…..3. โมหะ คือความหลง เป็นต้นเหตุให้เกิดความถือตัวถือตน ความอกตัญญู ความริษยาความดื้อร้น เป็นต้น

…..อกุศลมูล มีแหล่งกำเนิดมาจากต้นเหตุอื่นอีก คือ โลภะมาจากตัณหา โทสะมาจากมานะ โมหะมาจากทิฐิ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
kalyanamitra.org

พระพุทธศาสนสุภาษิต:ประโยชน์การฝึกสมาธิ

ประโยชน์การฝึกสมาธิ

         “สมาธิ” ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์เฉพาะผู้ที่ฝึกเป็นประจำเท่านั้น ยังส่งผลทางบวกไปยังบุคคลรอบตัว สังคม ชุมชน ประเทศชาติ ตลอดจนเป็นการสืบสาน ต่ออายุพระพุทธศาสนาอีกด้วย สมาธิ จึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการผ่อนคลายในเบื้องต้น แต่ยังส่งผลให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าถึงความสุขอันเกษม คือพระนิพพานอีกด้วย

1. ผลต่อตนเอง
1.1 ด้านสุขภาพจิต
        - ส่งเสริมให้คุณภาพของใจดีขึ้น คือ ทำให้จิตใจผ่องใส สะอาด บริสุทธิ์ สงบ เยือกเย็น ปลอดปร่ง โล่ง เบา สบาย มีความจำ และสติปัญญาดีขึ้น
        - ส่งเสริมสมรรถภาพทางใจ ทำให้คิดอะไรได้รวดเร็ว ถูกต้อง และเลือกคิดแต่ในสิ่งที่ดีเท่านั้น
1.2 ด้านพัฒนาบุคลิกภาพ
       - จะเป็นผู้มีบุคลิกภาพดี กระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า มีความองอาจสง่าผ่าเผย ผิวพรรณผ่องใส
        - มีความมั่นคงทางอารมณ์ หนักแน่น เยือกเย็น และเชื่อมั่นในตนเอง
        - มีมนุษยสัมพันธ์ดี วางตัวได้เหมาะสมกับกาลเทศะ เป็นผู้มีเสน่ห์ เพราะไม่มักโกรธ มีความเมตตากรุณาต่อบุคคลทั่วไป
1.3 ด้านชีวิตประจำวัน
        - ช่วยให้คลายเครียด เป็นเครื่องเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน และการศึกษาเล่าเรียน
        - ช่วยเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรง เพราะร่างกายกับจิตใจ ย่อมมีอิทธิพลต่อกัน ถ้าจิตใจเข้มแข็ง ย่อมเป็นภูมิต้านทานโรคไปในตัว
1.4 ด้านศีลธรรมจรรยา
        - ย่อมเป็นผู้มีสัมมาทิฐิ สามารถคุ้มครองตนให้พ้นจากความชั่วทั้งหลายได้ เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี เนื่องจากจิตใจดี ทำให้ร่างกายประพฤติทางกายและวาจาดีตามไปด้วย
        - ย่อมเป็นผู้ที่มีความมักน้อย สันโดษ รักสงบ และมีขันติเป็นเลิศ
        - ย่อมเป็นผู้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ย่อมเป็นผู้มีสัมมาคารวะและมีความอ่อนน้อมถ่อมตน

2. ผลต่อครอบครัว
2.1 ทำให้ครอบครัวมีความสงบสุข เพราะสมาชิกในครอบครัวเห็นประโยชน์ของการประพฤติธรรม ทุกคนตั้งมั่นอยู่ในศีล ปกครองกันด้วยธรรม เด็กเคารพผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เมตตาเด็ก ทุกคนมีความรักใคร่สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
2.2 ทำให้ครอบครัวมีความเจริญก้าวหน้า เพราะสมาชิกต่างก็ทำหน้าที่ของตนโดยไม่บกพร่อง เป็นผู้ที่มีใจคอหนักแน่น เมื่อมีปัญหาครอบครัวหรือมีอุปสรรคอันใด ย่อมร่วมใจกันแก้ไขปัญหานั้นให้ลุล่วงไปได้

3. ผลต่อสังคมและประเทศชาติ
3.1 ทำให้สังคมสงบสุข ปราศจากปัญหาอาชญากรรม และปัญหาสังคมอื่นๆ เพราะปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการฆ่า การข่มขืน โจรผู้ร้าย การทุจริตคอรัปชั่น ล้วนเกิดขึ้นมาจากคนที่ขาดคุณธรรม เป็นผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอหวั่นไหวต่ออำนาจสิ่งยั่วยวนหรือกิเลสได้ง่าย ผู้ที่ฝึกสมาธิย่อมมีจิตใจเข้มแข็ง มีคุณธรรมในใจสูง ถ้าแต่ละคนในสังคมต่างฝึกฝนอบรมใจของตนให้หนักแน่น มั่นคง ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้สังคมสงบสุขได้
3.2 ทำให้เกิดความมีระเบียบวินัย และเกิดความประหยัด ผู้ที่ฝึกใจให้ดีงามด้วยการทำสมาธิอยู่เสมอ ย่อมเป็นผู้รักความมีระเบียบวินัย รักความสะอาด มีความเคารพกฎหมายบ้านเมือง ดังนั้นบ้านเมืองเราก็จะสะอาดน่าอยู่ ไม่มีคนมักง่ายทิ้งขยะบนพื้นถนน จะข้ามถนน ก็เฉพาะตรงทางข้าม เป็นต้น เป็นเหตุให้ประเทศชาติไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ เวลา และกำลังเจ้าหน้าที่ ที่จะไปใช้สำหรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความไม่มีระเบียบวินัยของประชาชน
3.3 ทำให้สังคมเจริญก้าวหน้า เมื่อสมาชิกในสังคม มีสุขภาพจิตดี รักความเจริญก้าวหน้า มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง ย่อมส่งผลให้สังคมเจริญก้าวหน้าตามไปด้วย และเมื่อมีกิจกรรมส่วนรวม สมาชิกในสังคมก็ย่อมพร้อมที่จะสละความสุขส่วนตน ให้ความร่วมมือกับส่วนรวมอย่างเต็มที่ และถ้ามีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อสังคม จะมายุแหย่ให้เกิดความแตกแยกก็จะไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะสมาชิกในสังคมเป็นผู้มีจิตใจหนักแน่น มีเหตุผลและเป็นผู้รักสงบ

4. ผลต่อศาสนา
4.1 ทำให้เข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง และรู้ซึ้งถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา รวมทั้งรู้เห็นด้วยตัวเองว่ามีการฝึกสมาธิไม่ใช่เรื่องเหลวไหล หากแต่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พ้นทุกข์เข้าสู่นิพพานได้
4.2 ทำให้เกิดศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย พร้อมที่จะเป็นทนายแก้ต่างให้กับพระศาสนา อันเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่การปฏิบัติธรรม ที่ถูกต้องให้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง
4.3 เป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป เพราะตราบใดที่พุทธศาสนิกชนยังสนใจปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาอยู่ พระพุทธศาสนาก็จะเจริญรุ่งเรืองอยู่ตราบนั้น
4.4 จะเป็นกำลังส่งเสริมทะนุบำรุงศาสนา โดยเมื่อเข้าใจซาบซื้งถึงประโยชน์ของการปฏิบัติธรรมด้วยตนเองแล้ว ย่อมจะชักชวนผู้อื่นให้ทำทานรักษาศีล เจริญภาวนาตามไปด้วย และเมื่อใดที่ทุกคนในสังคมตั้งใจปฏิบัติธรรมทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เมื่อนั้นย่อมเป็นที่หวังได้ว่าเป็นสันติสุขที่แท้จริงก็จะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก
dhammakaya.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต:สมาธิคืออะไร

“สมาธิ” บทปฏิบัติและความเกี่ยวเนื่อง

“สมาธิ” คือความเฉพาะตนที่น่าภาคภูมิใจของประชาชนชาวพุทธ หรือพุทธศาสนิกชน ดังเป็นที่ทราบ และยอมรับกันทั่วโลกว่า สมาธิที่แท้จริง ที่มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมานับพันปีนี้ มีต้นกำเนิดจากพระพุทธศาสนา และเป็นสิ่งเดียวเท่านั้น ที่ทำให้ผู้คนในซีกโลกตะวันออก หรือ The Oriental World สามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างมีความสุขบนความพอเพียงที่มีความพอดี ความพอใจของใจเป็นพื้นฐาน ท่ามกลางความผันผวนแปรปรวนของการเมืองโลก ที่เนื่องมาจากอำนาจ และอิทธิพลทางการทหาร การเทคโนโลยีของซีกโลกตะวันตก ที่โดยส่วนมากมักเป็นตัวการยังความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง แก่วัฒนธรรมความเป็นอยู่ดั้งเดิม ของผู้คนในซีกโลกตะวันออก ที่จำเริญสืบเนื่องมานานกว่าสอง-สาม พันปี ด้วยวัฒนธรรม อารยธรรม ที่ว่าด้วยความเคารพ ความกตัญญูและความสุขที่ใจ ตลอดจนความเข้าใจในต้นเหตุแห่งความทุกข์ยาก การเวียนว่ายตายเกิด ตลอดจนที่มาของภัยธรรมชาตินานาประการว่า “ทุกอย่าง ล้วนเกิดจากใจ ความสุข หรือ ทุกข์ภัย ทั้งหลายมีต้นกำเนิดจากการกระทำของตน ทั้งที่จำได้ จำไม่ได้ ทั้งที่เคยทำมาแล้วในอดีต ในปัจจุบัน”

“สมาธิ” คือ กระบวนเพื่ออบรมบ่มใจให้ดำรงอยู่ในสภาวะอันสงบ สุกใส กว้างใหญ่ เบาสบาย เพื่อให้กลายเป็น “ความงาม” ของ ใจ ค่อยๆ ปฏิบัติ ค่อยๆ ทำกันไปวันละเล็กละน้อย เพราะใจคือสิ่งที่ถูกใช้สอยหนักที่สุดกว่าส่วนใดๆ ของร่างกาย การทำสมาธิจึงเป็นการ “พัก” ใจที่มักเหนื่อยล้ากว่าร่างกาย ให้กลับสดชื่นขึ้นได้ เพื่อชั่วโมงใหม่ เพื่อวันใหม่ที่ดีกว่า

“สมาธิ” จึงเป็นเรื่องจำเป็น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เป็นกิจที่บรรพชนของเรา ถือเป็นความสำคัญที่ต้องปฏิบัติไม่ให้ขาดแม้สักวันเดียว เพราะสมาธิเป็นต้นเหตุของใจอันงาม และใจอันงามเป็นทางมาของบุญกุศล เป็นที่อยู่ของศิริมงคล ทำให้ผู้เป็นเจ้าของใจมีชีวิตที่ดีวันดีคืน “สมาธิ จึงเป็นสิ่งพึงปฏิบัติสำหรับพุทธศาสนิกชน ตลอดจนบุคคลผู้ปรารถนาความงาม ความสำเร็จในชีวิต”

ขอบคุณข้อมูลจาก
dhammakaya.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต:การทำบุญ 10 แบบ

การทำบุญ 10 แบบ

          การทำบุญในปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่จะคิดกันแต่เพียงว่า เป็นการให้เงิน ซื้อของให้ หรือการให้ของกินของใช้ฯลฯ เพื่อหวังผลในภายภาคหน้า (ชีวิตหลังความตาย )  การเข้าใจเพียงนั้นเป็นเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น เพราะ จุดประสงค์ของทาน หรือการทำบุญโดยการสละเงิน หรือสิ่งของ ออกจากเรา ก็เพื่อลดอัตตา หรือความเป็นเราออกไป  มิใช่ทำบุญเพื่อสะสมแต้ม ยิ่งทำมากก็สะสมได้มาก ยิ่งบริจาคมาก ก็ได้บุญมาก ฯลฯ
ถ้าเราได้ศึกษาเรื่องของบุญ เราจะพบว่าการทำบุญนั้น มิได้ถูกจำกัดอยู่แค่เรื่องของการทำทานเพียงอย่างเดียว คนจน หรือ คนรวย ก็สามารถทำบุญได้ทั้งนั้น

การทำบุญที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสมี 10 แบบ หรือเรียกว่า”บุญกิริยาวัตถุ” มีอยู่ ๑๐ ประการ คือ

๑. “ทานมัย”    -   การทำบุญด้วยการให้เงิน สิ่งของ ความรู้ และหรือ การให้อภัยทาน
๒. “สีลมัย”      -    การทำบุญด้วยการรักษาศีล มีความประพฤติดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา และใจ
๓. “ภาวนามัย”  -   การทำบุญด้วยการปฏิบัติธรรม บำเพ็ญสมาธิภาวนา
๔. “อปจายนมัย” -  การประพฤติตนอ่อนน้อม
๕. “เวยยาวัจจมัย” -  การช่วยเหลือ ขวนขวาย รับใช้
๖. “ปัตติทานมัย”   - การเฉลี่ยความดีให้แก่ผู้อื่น เช่น การบอกบุญ
๗. “ปัตตานุโมทนามัย” -  การแสดงความยินดีเมื่อได้ทราบว่า ผู้อื่นกระทำความดี หรือการอนุโมทนา
๘. “ธัมมัสสวนมัย”    - การฟังธรรม
๙. “ธัมมเทสนามัย”  - การสั่งสอนธรรม,เผยแพร่ธรรมะ
๑๐. “ทิฏฐุขุกัมม์”    -  การทำความเห็นให้ตรง ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

บุญกิริยาทั้งสิบประการดังกล่าวอาจจัดรวมเป็น ๓ กลุ่มใหญ่คือ ทานมัย สีลมัย และ ภาวนามัย

ขอบขอบคุณข้อมูลจาก
tumtarn.igetweb.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดคบหา

หมวดคบหา

ปสนฺนํ ปยิรุปา เสยฺย รหทํวุทกตฺถิโก

ปะสันนังปะยิรุปาเสยยะระหะทังวุทะกัดถิโก

ควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้เลื่อมใส เหมือนผู้ต้องการน้ำเข้าไปหาห้วงน้ำฉะนั้น

 

ปสนฺนเมว เสเวยฺย อปฺปสนฺนํ วิวชฺชเย

ปะสันนะเมวะเสเวยยะอุบปะสันนังวิวัดชะเย

บุคคลควรคบผู้เลื่อมใสเท่านั้น ควรเว้นผู้ไม่เลื่อมใส

 

สขิตํ หิ กเรยฺย ปณฺฑิโต ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม

สะขิตังหิกะเรยยะปันฑิโทสับปุริเสหิสังคะโม

มีปัญญาและเป็นพหุสูต เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ

 

สทฺเธน จ เปสเลน จ ปญฺญวตา พหุสฺสุเตน จ

สันเธนจะเปสะเลนะจะปัญยะวะตาพะหุสสุเตนจะ

บัณฑิตพึงทำความเป็นเพื่อนกับคนมีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก

 

กุสาปิ ปูติ วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา

กุสาปิปูติวายันติเอวังพาลูปเสวะนา

แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด การคบคนพาลก็ฉันนั้น

 

ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ

ปูติมะฉังกุสัคเคนโยนะโรอุปะนะยะหะติ

คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา

 

ปตฺตาปิ สุรภี วายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา

ปัดตาปิสุระภีวายันติเอวังทีรูปเสวะนา

แม้ใบไม้ก็หอมไปด้วยฉันใด การคบกับนักปราชญ์ก็ฉันนั้น

 

ตครํ ว ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ

ตะคะรังปะลาเสนโยนะโรอุปะนะยะหะติ

คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้

 

นาสฺมเส อตฺตตฺถปญญมฺหิ

นาสัมเสอัดตะถะปัญญัมหิ

ไม่ควรไว้ใจคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

 

นาสฺมเส กตปาปมฺหิ

นาสัมเสกะตะปาปัมหิ

ไม่ควรไว้ใจคนทำบาป

 

มิตฺตสฺมิมฺปิ น วิสฺสเส

มิดตัดมิมปินะวิดสะเส

แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ

 

สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ

สังเกเถวะอะมิดตัดมิ

ควรระแวงในศัตรู

 

น ปาปชนสํเสวี อจฺจนฺตสุขเมธติ

นะปาปะชนสังเสวีอัดจันตะสุขเมธะติ

ผู้ไม่คบคนชั่ว ย่อมได้รับสุขส่วนเดียว

 

สุโข หเว สปฺปุริเสน สงฺคโม

สุโขหะเวสับปุริเสนสังคะโม

สมาคมกับสัตบุรุษนำสุขมาให้

 

ทุกฺโข พาเลหิ สงฺคโม

ทุกโขพาเลหิสังคะโม

สมาคมกับคนพาลนำทุกข์มาให้

 

นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี

นิหียะติปุริโสนิหีนะเสวี

ผู้คบคนเลวย่อมเลวลง

 

ธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม

ทีโรจะสุขสังวาโสญาตีนังวะสมาคะโม

อยู่ร่วมกับปราชญ์นำสุขมาให้ เหมือนสมาคมกับญาติ

 

ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิเตเนว สพฺพทา

ทุกโขพาเลหิสังวาโสอะมิเตเนวะสับพะทา

อยู่ร่วมกับคนพาลนำทุกข์มาให้เสมอไป เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู

 

ยํ เว เสวติ ตาทิโส

ยังเวเสวะติตาทิโส

คบคนใดก็เป็นเช่นคนนั้น

 

อติจิรํ นิวาเสน ปิโย ภวติ อปฺปิโย

อะติจิรังนิวาเสนปิโยภะวะติอับปิโย

เพราะอยู่ด้วยกันนานเกินไป คนที่รักกันก็มักหน่าย

 

วิสฺสาสา ภยมนฺเวติ

วิดสาสาภะยะมันเวติ

เพราะความไว้ใจภัยจึงตามมา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
phuttha.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดความเพียร

หมวดความเพียร

อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต โอฆํ ตรติ ทุตฺตรํ

อารัดทะวิริโยปะหิดตะโตโอฆังตะระติทุดตะรัง

ปรารภความเพียรตั้งตนไว้ในกาลทุกเมื่อ ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก

 

สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน ปญฺญวา สุสมาหิโต

สับพะทาสีละสัมปันโนปัญยะวาสุสะมาหิโต

ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล มีปัญญา มีใจมั่นคงดีแล้ว

 

อารทฺธวิริยา โหถ เอสา พุทธานุสาสนี

อารัดทะวิริยาโหถะเอสาพุดทานุสาสะนี

แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี

 

โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา วิริยารมฺภญฺจ เขมโต

โกสัดชังภะยะโตทิดวาวิริยารัมภะจะเขมะโต

ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านเป็นภัย

 

เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย วิริยํ อารภโต ทฬฺหํ

เอกาหังชีวิตังเสยโยวิริยังอาระภะโตทับหัง

ส่วนผู้ปรารภความเพียรมั่นคง มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวก็ประเสริฐกว่า

 

โย จ วสฺสสตํ ชีเว กุสีโต หีนวีริโย

โยจะวัดสะตังชีเวกุสีโตหีนะวีริโย

ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี

 

สมํ กปฺเปติ ชีวิตํ สมภตํ อนุรกฺขติ

สัมกับเปติชีวิตังสมภะตังอะนุรักขะติ

เข้าใจเลี้ยงชีพพอสมควร จึงรักษาทรัพย์ที่หามาได้

 

อฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อบฺปมตฺโต วิธานวา

อุดฐาตากัมมะเธยเยสุอับปะมัดโตวิธานะวา

ผู้ขยันในหน้าที่การงาน ไม่ประมาท

 

สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ อณุอคคึว สนฺธมํ

สะมุดฐาเปติอัดตานังอะนุอะคะคึวะสันทะมัง

เหมือนคนก่อไฟน้อยขึ้นฉะนั้น

 

อปฺปเกนปิ เมธาวี ปาภเฏน วิจกฺขโณ

อับปะเกนปิปาภะเฏนวิจักขะโน

ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดย่อมตั้งตนได้ด้วยต้นทุนแม้น้อย

 

หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ

หิยุโยติหิยะติโปโสปะเรติปะริหายะติ

คนที่ผลัดวันประกันพรุ่งย่อมเสื่อม ยิ่งว่ามะรืนนี้ยิ่งเสื่อม

 

น นิพฺพินฺทิยการิสฺส สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ

นะนิบพินทิยะการิสะสัมมะทัดโถวิปักจะติ

ประโยชน์ย่อมไม่สำเร็จโดยชอบแก่ผู้ทำโดยเบื่อหน่าย

 

ปฏิรูปการี ธุรวา อุฏฺฐาตา วินฺทเต ธนํ

ปะติรูปการีทุระวาอุดทาตาวินทะเตทะนัง

คนมีธุระหมั่นทำการงานให้เหมาะเจาะ ย่อมหาทรัพย์ได้

 

วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ

วิริเยนทุขะมักเจติ

คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร

 

กาลาคตญฺจ น หาเปติ อตฺถํ

กาลาคะตันจะนะหาเปติอัดถัง

คนขยันย่อมไม่พร่าประโยชน์ชั่วตามกาล

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
phuttha.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดมิตร

-สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ จเรยฺย เตนตฺตมโน สติมา
สะเจละเภถะนิปะกังสะหายังจะเรยยะเตนัดตะมะโนสะติมา
ถ้าได้สหายผู้รอบคอบ พึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา

-นตฺถ พาเล สหายตา
นัดถะพาเลสะหายะตา
ความเป็นสหายไม่มีในคนพาล

-ภริยา ปรมา สขา
ภะริยาปะระมาสะขา
ภรรยาเป็นเพื่อนสนิท

-มิตฺตทุพโภ หิ ปาปโก
มิดตะทุพะโภหิปาปะโก
ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้

-สพพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ
สะพะพัดถะปูชิโตโหติโยมิดตานังนะทุบพะติ
ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง

-สหาโย อตฺถชาตสฺส โหติ มิตฺตํ ปุนปฺปุนํ
สะหาโยอัดถะชาตัดสะโหติมิดตังปุนับปุนัง
สหายเป็นมิตรของผู้มีความต้องการเกิดขึ้นเนือง ๆ

-มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร
มาตามิดตังสะเกฆะเร
มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
phuttha.com

Creative Commons LicenseThis blog is personal use only,not for commercial purposed. All trademarks used are properties of their respective owners.
อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช่เพื่อการค้า และต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ทั้งชื่อและ ลิงค์ไปยังหน้าของผลงานที่ทำไปเผยแพร่ Powered by wordpress.org
and Wordpress Themes by conference call of conference call services.
Entries (RSS) and Comments (RSS).

เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง