พระพุทธศาสนสุภาษิต : หมวดชนะ

หมวดชนะ

สจฺเจนาลิกวาทินํ

สัจเจนาลิกะวาทินัง

พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง

 

ชิเน กทริยํ ทาเนน

ชิเนกะทะริยังทาเนนะ

พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

 

อสาธุ สาธุนา ชิเน

อะสาธุสาธุนาชิเน

พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี

 

อกฺโกเธน ชิเน โกธํ

อักโกเธนะชิเนโกธัง

พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ

 

น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ย ํ ชิตํ อวชิยฺยติ

นะตังชิตังสาธุชิตังยังอะวะชิยะติ

ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี

 

ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ

ตันหักขะโยสับพะทุกขังชินาติ

ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง

 

สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ

สับพะระตึทัมมะระติชินาติ

ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง

 

สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ

สับพะระสังทัมมะระโสชินาติ

รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง

 

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ

สับพาทานังทัมมะทานังชินาติ

การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง

 

ชยํ เวรํ ปสวติ

ชะยังเวรังปะสะวะติ

ผู้ชนะย่อมก่อเวร

ขอขอบคุณข้อมูล
phuttha.com

 

พระพุทธศาสนสุภาษิต : หมวดมฤตยู

หมวดมฤตยู

img02

-เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานิ
-เอตังถะยังมะระเนเปกขะมาโนปุญยานิกะยิราถะสุขาวะหานิ
-ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำความสุขมาให้
 
-อจฺเจนติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ
-อัดเจนติกาลาตะระยันติรัดติโยวะโยคุนาอะนุปุบพังชะหันติ
-กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป
 
-เอวํ ชราย มรเณน วุยฺ หนฺเต สพฺพปาณิโน
-เอวังชะรายะมะระเนนะวุยะหันเตสับพะปานิโน
-สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น
 
-ยถา วาริวโห ปูโร วเห รุกฺเข ปกูลเช
-ยะถาวาริวะโหปูโรวะเหรุกเขปะกูละเช
-ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด
 
-เอวํ ชรา จ มจฺจุ จ อายุ ปาเชนฺติ ปาณินํ
-เอวังชะราจะมัดจุจะอายุปาเชนติปานินัง
-ความแก่และความตาย ย่อมต้อนอายุของสัตว์มีชีวิตไปฉันนั้น
 
-ยถา ทณฺเฑน โคปาลา คาโว ปาเชติ โคจรํ
-ยะถาทันเทนะโคปาลาคาโวปาเชติโคจะรัง
-ผู้เลี้ยงโคย่อมต้อนฝูงโค ไปสู่ที่หากินด้วยพลองฉันใด
 
-สพฺเพ มจฺจุวสํ ยนฺติ สพฺเพ มจฺจุปรายนา
-สับเพมัดจุวะสังยันติสับเพมัดจุปะรายะนา
-ล้วนไปสู่อำนาจแห่งความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า
 
-ทหรา จ มหนฺตา จ เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา
-ทะหะราจะมะหันตาจะเยพาลาเยจะปันทิตา
-ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด
 
-อฑฺฒา เจว ทฬิทฺทา จ สพฺเพ มจฺจุ ปรายนา
-อัดฒาเจวะทะพิททาสับเพมัดจุปะรายะนา
-ทั้งคนมีคนจน ล้วนมีแต่ความตายเป็นเบื้องหน้า
 
-น มิยฺยมานํ ธนมนฺเวติ กิญฺจิ
-นะมิยะมานังทะนะมันเวติกิดจิ
-ทรัพย์สักนิดก็ติดตามคนตายไปไม่ได้
 
-สพฺพํ เภทปริยนฺติ เอวํ มจฺจาน ชีวิตํ
-สับพังเภทะปะริยันติเอวังมัดจานะชีวิตัง
-ชีวิตของสัตว์เหมือนภาชนะดิน ซึ่งล้วนมีความสลายเป็นที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
phuttha.com
ขอขอบคุณข้อมูลรูปภาพ
heritage.thaigov.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดไม่ประมาท

อัปปมาทวรรค - หมวดไม่ประมาท

     -อปฺปมาทญฺจ เมธาวี     ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ
ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐ

     -อปฺปมตฺตา น มียนฺต    
ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย

     -อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต     ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ
ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์

     -อปฺปมาโท อมตํ ปทํ    
ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย

     -อปฺปมตฺโต ปมตฺเตสฺ     สุตฺเตสุ พหุชาคโร    อพลสฺสํว สีฆสฺโส    หิตฺวา ยาติ สุเมธโส
คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ ย่อมละทิ้งคนนั้น เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว ทิ้งม้าไม่มีกำลังไป ฉะนั้น

     -อุฏฺฐานวโต สติมโต     สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมาการิโน สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน     อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ
ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท

ขอขอบคุณที่มาจาก
heritage.thaigov.net

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดบาป

หมวดบาป

         ๑. อภิตฺถเรถ กลฺยาเณ ปาปา จิตฺตํ นิวารเย ทนฺธํ หิ กรโต ปุญฺญํ ปาปสฺมึ รมตี มโน ฯ ๑๑๖ ฯ
-พึงรีบเร่งกระทำความดี และป้องกันจิตจากความชั่ว เพราะเมื่อกระทำความดีช้าไป ใจจะกลับยินดีในความชั่ว
-Make haste in doing gook, And check your mind from evil, Whoso is slow in making merit- His mind delights in evil.

         ๒. ปาปญฺเจ ปุริโส กยิรา น นํ กยิรา ปุนปฺปุนํ น ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย ฯ ๑๑๗ ฯ
-ถ้าหากจำต้องทำชั่วไซร้ ก็ไม่ควรทำบ่อยนัก และไม่ควรพอใจในการทำชั่วนั้น เพราะการสะสมบาป นำทุกข์มาให้
-Should a man commit evil, Let him not do it again and again, Nor turn his heart to delight therein; Painful is the heaping-up of evil. 

         ๓. ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กยิรา กยิราเถนํ ปุนปฺปุนํ ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย ฯ ๑๑๘ ฯ 
-ถ้าหากจะทำความดี ก็ควรทำดีบ่อยๆ ควรพอใจในการทำความดีนั้น เพราะการสะสมความดีนำสุขมาให้
-Should a man perform merit, Let him do it again and again, And trun his mind to delight therein; Blissful is the piling-up of merit. 

         ๔. ปาโปปิ ปสฺสตี ภทฺรํ ยาว ปาปํ น ปจฺจติ ยทา จ ปจฺจตี ปาปํ อถ ปาโป ปาปานิ ปสฺสติ ฯ ๑๑๙ ฯ
-เมื่อบาปยังไม่ส่งผล คนชั่วก็เห็นว่าเป็นของดี ต่อเมื่อมันเผล็ดผลเมื่อใด เมื่อนั้นแหละเขาจึงรู้พิษสงของบาป
-For the evil-doer all is well, While the evil ripens not; But when his evil yields its fruit, He sees the evil results. 

         ๕. ภทฺโรปิ ปสฺสตี ปาปํ ยาว ภทฺรํ น ปจฺจติ ยทา จ ปจฺจตี ภทฺรํ อถ ภทฺโร ภทฺรานิ ปสฺสติ ฯ ๑๒๐ * ฯ
-เมื่อความดียังไม่ส่งผล คนดีก็มองเห็นความดีเป็นความชั่ว ต่อเมื่อใดความดีเผล็ดผล เมื่อนั้นแหละเขาจึงจะเห็นผลของความดี
-For the good man, perhaps, all is ill, While as yet his good is not ripe; But when it bears its fruit, He sees the good results.
         ๖. มาวมญฺเญถ ปาปสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ อาปูรติ พาโล ปาปสฺส โถกํ โถกมฺปิ อาจินํ ฯ ๑๒๑ ฯ
-อย่าดูถูกความชั่วเล็กน้อยว่าจักไม่สนองผล น้ำตกจากเวหาทีละหยาดๆ ยังเต็มตุ่มได้ คนพาลทำความชั่วทีละเล็กละน้อย ย่อมเต็มด้วยความชั่วได้เช่นกัน
-Despise not evil, Saying, ‘It will not come to me’; Drop by drop is the waterpot filled, Lidewise the fool, gathering little by little, Fills himself with evil.
         ๗. มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ อาปูรติ ธีโร ปุญฺญสฺส
โถกํ โถกมฺปิ อาจินํ ฯ ๑๒๒ ฯ
-อย่าดูถูกบุญเล็กน้อยว่าจักไม่สนองผล น้ำตกจากเวหาทีละหยาดๆ ยังเต็มตุ่มได้ นักปราชญ์สะสมบุญทีละเล็กละน้อย ย่อมเต็มด้วยบุญได้เช่นกัน
-Despise not merit, Saying, ‘It will not come to me’; Drop by drop is the waterpot filled, Likewise the man, gathering little by little Fills himself with merit.
         ๘. วาณิโชว ภยํ มคฺคํ อปฺปสตฺโถ มหทฺธโน วิสํ ชีวิตุกาโมว ปาปานิ ปริวชฺชเย ฯ ๑๒๓ ฯ
-พ่อค้ามีทรัพย์มาก มีพวกน้อย ละเว้นทางที่มีภัย คนรักชีวิตละเว้นยาพิษ ฉันใด บุคคลพึงละบาป ฉันนั้น
-As a rich merchant, with small escort, Avoids a dangerous path, As one who loves life avoids poison, Even so should one shun evil. 

         ๙. ปาณิมฺหิ เจ วโณ นาสฺส หเรยฺย ปาณินา วิสํ นาพฺพณํ วิสมเนฺวติ นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต ฯ ๑๒๔ ฯ
-เมื่อมือไม่มีแผล บุคคลย่อมจับต้องยาพิษได้ ยาพิษนั้นไม่สามารถทำอันตรายได้ บาปก็ไม่มีแก่ผู้ไม่ทำบาป
-If no wound there be in the hand, One may handle poison; Poison does not affect one who has no wound; There is no ill for him who does no wrong.

         ๑๐. โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต ฯ ๑๒๕ ฯ
-บาปก็ย่อมตามสนองผู้โง่เขลา ซึ่งทำร้ายบุคคลที่ไม่ทำร้ายตอบ ผู้หมดจด ปราศจากกิเลส ดุจธุลีที่ซัดทวนลม (วกกลับมาหาผู้ซัด)
-Whosoever offends a harmless person, One pure and guiltles, Upon that very fool the evil recoils Even as fine dust thrown against the wind. 

         ๑๑. คพฺภเมเก อุปปชฺชนฺติ นิรยํ ปาปกมฺมิโน สคฺคํ สุคติโน ยนฺติ ปรินิพฺพนฺติ อนาสวา ฯ ๑๒๖ ฯ
-สัตว์บางพวกกลับมาเกิดอีก พวกที่ทำบาป ไปนรก พวกที่ทำดี ไปสวรรค์ พวกที่หมดอาสวกิเลส ปรินิพพาน
-Some are born in teh womb again; The evil-doers are born in hell; The good go to heaven; The Undefiled Ones attain Nibbana. 

         ๑๒. น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส ยตฺรฏฺฐิโต มุจฺเจยฺย ปาปกมฺมา ฯ ๑๒๗ ฯ
-ไม่ว่าบนท้องฟ้า ไม่ว่าท่ามกลางสมุทร ไม่ว่าในหุบเขา ไม่มีแม้แต่แห่งเดียว ที่ผู้ทำกรรมชั่วอาศัยอยู่ จะหนีพ้นกรรมไปได้
-Neither in the sky nor in mid-ocean, Nor in the clefts of the rocks, Nowhere in the world is a place to be found Where abiding one may escape from (the consequences of) an evil deed.

         ๑๓. น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชุเฌ น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส ยตุรฏฺฐิตํ นปฺปสเหยฺย มจฺจุ ฯ ๑๒๘ ฯ
-ไม่ว่าบนท้องฟ้า ไม่ว่าท่ามกลางสมุทร ไม่ว่าในหุบเขา ไม่มีแม้สักแห่งเดียว ที่คนเราอาศัยอยู่แล้ว จะหนีพ้นความตายได้
-Neither in the sky no in mid-ocean, Nor in the clefts of the rocks, Nowhere in the world is found that place Where abiding one will not be overcome

ขอบคุณที่มาข้อมูล
dmc.tv

พระพุทธศาสนสุภาษิต

พระพุทธศาสนสุภาษิต
 

 

   -ยํ เว เสวติ ตาทิโส
คบคนเช่นไร ย่อมเป็นคนเช่นนั้น
     -ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส
คบคนชั่วนำแต่ความทุกข์มาให้
     -ยถาวาที ตถาการี
พูดอย่างไร ต้องทำอย่างนั้น
     -อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
การชนะตนเองเป็นสิ่งดีที่สุด
     -อตฺตตฺปญฺญา อสุจี มนุสฺสา
มนุษย์ผู้เห็นแก่ตัว เป็นคนสกปรก
     -อปฺปมตฺตา น มียนฺติ
ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย
     -สุกรํ สาธุนา สาธุ
ความดี อันคนดีทำได้ง่าย
     -โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ
ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข
     -จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ
จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้
     -สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
การให้ธรรมะย่อมชนะการให้ทั้งปวง
     -ททมาโน ปีโย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
     -อกฺโกเธน ชิเน โกธํ
พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ
     -ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต
ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
     -สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
การสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
     -สุวิชาโน ภวํ โหติ
ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ
     -ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร
พ่อแม่เป็นบูรพาจารย์ของบุตร
     -มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร
พ่อแม่เป็นมิตรที่ดีในเรือน
     -มาตา อรหํ สเก ฆเร
พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ในบ้าน
     -นตฺถิ พาเล สหายตา
ความเป็นเพื่อนไม่มีในคนพาล
     -วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ
คนพ้นจากความทุกข์ได้เพราะความเพียร
     -อพฺยาปชฌํ สุขํว โลเก
ความไม่เบียดเบียนเป็นสุขในโลก
     -สุจฺจํ เว อมตา วาจา
คำสัตย์จริง เป็นสิ่งไม่ตาย
     -นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี
     -อโรคยปรมา ลาภา
ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
     -ททมาโน ปีโย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
     -ทนฺโต เสฎฺโฐ มนุสฺเสสุ
มนุษย์ที่ฝึกตนเองดีแล้ว เป็นคนประเสริฐ
     -สุ.จิ.ปุ.ลิ. วินิตุตฺโต กถํ โส ปณฺฆิโต ภเว
คนที่ปราศจาก สุ.จิ.ปุ.ลิ. จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร
     -อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสํสติ
ทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง
     -ปญฺญาว ธเนน เสยฺโย
ปัญญาแลประเสริฐกว่าทรัพย์
     -สุกรํ สาธุนา สาธุ
ความดี อันคนดีทำได้ง่าย
     -สีเลน สุคติ ยนฺติ
ศีลย่อมนำไปสู่สุคติ
     -สีเลน โภคสมฺปทา
ศีลย่อมทำให้โภคทรัพย์เจริญ
     -อเนกาสี ลภเต สุขํ
กินคนเดียวย่อมไม่มีความสุข
     -ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ
ธรรมะที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
     -อิณทานํ ทุกฺขํ โลเก
การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก
     -ทฬิทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก
ความจน เป็นทุกข์ในโลก
     -จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ
จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
     -ทุกฺขธ สยติ โกธโน
คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
     -ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
     -กลํยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว
     -สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ
ความดี อันคนชั่วทำได้ยาก
     -นิสมฺม กรณํ เสยฺโย
คิดให้รอบคอบก่อนแล้วจึงทำดีกว่า
     -อปฺปมาโท อมตํ ปทํ
ความไม่ประมาท เป็นทางแห่งความไม่ตาย
     -ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ
ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
     -ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี
ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
     -มาตาปีตุอุปฎฺฐานํ
การเลี้ยงดูมารดาบิดา
     -วินโย จ สุสิกฺชิโต
วินัยที่ศึกษาดีแล้ว เป็นมงคลแก่ชีวิต
     -อตีตํ นานฺวาคเมยฺย
ไม่ควรคิดคำนึงอดีตที่ผ่านไปแล้ว
     -ทนฺโต เสฎฺโฐ มนุสฺเสสุ
คนที่ฝึกฝนตนเองดีแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด
     -นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
ความสุขที่ยิ่งกว่าความสงบย่อมไม่
 

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล
social.satitpatumwan.ac.th

พุทธศาสนสุภาษิต:หมวดตัณหา

หมวดตัณหา

๑. มนุชสฺส ปมตฺตจาริโน ตณฺหา วฑฺฒติ มาลุวา วิย โส ปริปฺลวติ หุราหุรํ ผลมิจฺฉํว วนสฺมึ วานโร ฯ ๓๓๔ ฯ

สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่อย่างประมาท ตัณหามีแต่จะเจริญเหมือนเถาวัลย์ เขาย่อมกระโดดจากภพนี้ไปสู่ภพอื่น เหมือนวานรโลภผลไม้ โลดแล่นอยู่ในป่า

Of the person addicted to heedless living Craving grows like a creeping. Such a man jumps from life to life Like a monkey craving fruit in the wilds.

๒. ยํ เอสา สหเต ชมฺมี ตณฺหา โลเก วิสตฺติกา โสกา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ อภิวุฏฺฐํว วีรณํ ฯ ๓๓๕ ฯ

ตัณหาอันลามก มีพิษร้าย ครอบงำบุคคลใด ในโลก เขาย่อมมีแต่โศกเศร้าสลด เหมือนหญ้าถูกฝนรด ย่อมงอกงาม

Whoso in the world is overcome By this craving poisonous and base, For him all sorrow increases As Virana grass that is watered well.

๓. โย เจตํ สหเต ชมฺมึ ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ โสกา ตมฺหา ปปตนฺติ อุทวินฺทุว โปกฺชรา ฯ ๓๓๖ ฯ

ผู้ใดเอาชนะตัณหาลามก ที่ยากจะเอาชนะได้นี้ ความโศกย่อมตกไปจากผู้นั้น เหมือนหยาดน้ำ ตกจากใบบัว

But whoso in the world overcomes This base craving, difficult to overcome-
His sorrow falls away from him As water drops from a lotus leaf.

๔. ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา ตณฺหาย มูลํ ขนถ อุสีรตฺโถว วีรณํ มา โว นฬํว โสโตว มาโร ภญฺชิ ปุนปฺปุนํ ฯ ๓๓๗ ฯ

เราขอบอกความนี้แก่พวกเธอ ขอให้พวกเธอผู้มาชุมนุมกัน ณ ที่นี้ มีความเจริญ  ขอให้พวกเธอขุดรากตัณหา
 เหมือนถอนรากหญ้ารก พวกเธออย่าปล่อยให้มารรังควาญบ่อยๆ เหมือนกระแสน้ำค่อยๆเซาะต้อนอ้อล้ม

This I say unto you: Good luck to you all who have assembled here.
As one roots out fragrant Virana grass, So do you dig up craving by its root.
Let not Mara crush you again and again As the river flood crushing a reed.

๕. ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปูนเรว รูหติ เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต นิพฺพตฺตตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ ฯ ๓๓๘ ฯ

เมื่อรากยังแข็งแรง ไม่ถูกทำลาย ต้นไม้แม้ที่ถูกตัดแล้ว ก็งอกได้ใหม่ฉันใด เมื่อยังทำลายเชื้อตัณหาไม่ได้หมด ความทุกข์นี้ก็ย่อมเกิดขึ้นได้เรื่อยไปฉันนั้น

As a tree cut down sprouts forth again If its roots remain undamaged and firm, Even so, while latent craving is not removed, This sorrow springs up again and again.

๖. ยสฺส ฉตฺตึสตี โสตา มนาปสฺสวนา ภุสา มหา วหนฺติ ทุทฺทิฏฺฐึ สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา ฯ ๓๓๙ ฯ

กระแสตัณหา ๓๖ สายอันเชี่ยวกราก ที่ไหลไปยังอารมณ์อันน่าปรารถนา ไหลบ่าท่วมท้นจิตใจใคร ความครุ่นคิดคำนึงที่แฝงราคะ ย่อมจะชักนำให้เขาเห็นผิดคิดไข้วเขว

In whom are strong the thirth-six torrents Of craving flowing towards pleasurable objects- Then the great flood of lustful thoughts Carries off that misunderstanding man.

๗. สวนฺติ สพฺพธี โสตา ลตา อุพฺภิชฺช ติฏฺฐติ ตญฺจ ทิสฺวา ลตํ ชาตํ มูลํ ปญฺญาย ฉินฺทถ ฯ ๓๔๐ ฯ

กระแสน้ำคือตัณหา ไหลไปทุกหนทุกแห่ง เถาวัลย์คือกิเลส ก็ขึ้นรกไปทั่ว เมื่อเห็น เถาวัลย์นั้นงอกงามแล้ว พวกเธอจงตัดรากมันด้วยมีดคือปัญญา

Everywhere flow the craving-streams, Everywhere the creepers sprout and stand. Seeing the creepers that have sprung high Do you cut their roots with your wisdom-knife.

๘. สริตานิ สิเนหิตานิ จ โสมนสฺสานิ ภวนฺติ ชนฺตุโน เต สาตสิตา สุเขสิโน เต เว ชาติชรูปคา นรา ฯ ๓๔๑ ฯ

สัตว์ทั้งหลาย มีแต่โสมนัส ชุ่มชื้นไปด้วยรักเสน่หา ซาบซ่านในกามารมณ์ทั้งปวง
พวกเขาใฝ่แสวงแต่ความสุขสันต์หรรษา ก็ต้องเกิดต้องแก่อยู่ร่ำไป

To beings there arise wide-ranging pleasures That are moistened with lustful desires.Bent on pleasures, seeking after sexual joys, They, verily, fall prey to birth-and decay.

๙. ตสิณาย ปุรกฺขตา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโสว พาธิโต สํโยชนสงฺคสตฺตา ทุกฺขมุเปนฺติ ปุนปฺปุนํ จิราย ฯ ๓๔๒ ฯ

เหล่าสัตว์ ติดกับตัณหา การเสือกกระสน ดุจกระต่ายติดบ่วง สัตว์ทั้งหลายติดอยู่ในกิเลสเครื่องผูกมัด ย่อมประสบทุกข์บ่อยๆ ตลอดกาลนาน

Enwrapped in lust, beings run about, Now here now there like a captive hare. Held fast by fetters they suffer Again and again for long.

๑๐. ตสิณาย ปุรกฺขตา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโสว พาธิโต ตสฺมา ตสิณํ วิโนทเยภิกฺขุ อากงฺชํ วิราคมตฺตโน ฯ ๓๔๓ ฯ

เหล่าสัตว์ ติดกับตัณหา กระเสือกกระสน ดุจกระต่ายติดบ่วง ฉะนั้นภิกษุ เมื่อหวังให้กิเลสจางคลาย ก็พึงทำลายตัณหาเสีย

Enwrapped in lust, beings run about, Now here now there like a captive hare. So let a bhikkhu shake off craving If he wishes his own passionlessness.

๑๑. โย นิพฺพนฏฺโฐ วนาธิมุตฺโต วนมุตฺโต วนเมว ธาวติ ตํ ปุคฺคลเมว ปสฺสถ มุตฺโต พนฺธนเมว ธาวติ ฯ ๓๔๔ ฯ

บุคคลใดสละเพศผู้ครองเรือน ถือเพศบรรพชิตปราศจากเรือน พ้นจากป่ากิเลสแล้วยังวิ่งกลับไปหาป่านั้นอีก พวกเธอจงดูบุคคลนั้นเถิด เขาออกจากที่คุมขังแล้วยังวิ่งกลับเข้าที่คุมขังอีก

Released from jungle of the household life, He turns to the bhikkhu jungle-life. Though freed from the household wilds He runs back to that very wilds again. Come indeed and behold such a man. Freed he turns to that bondage again.

๑๒. น ตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา ยทายสํ ทารุชปพฺพฃญฺจ สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา ฯ๓๔๕ ฯ

เครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็ก ไม้ และปอป่าน ท่านผู้รู้กล่าวว่า ยังไม่ใช่เครื่องจองจำที่มั่นคง แต่ความกำหนัดยินดีในเครื่องเพชร บุตร ภริยา เป็นเครื่องจองจำที่มั่นคงยิ่งนัก

Not strong are bonds made of iron, Or wood, or hemp, thus say the wise.
But attachment to jewelled ornaments, Children and wives is a strong tie.

๑๓. เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา โอหารินํ สิถิลทุปฺปมุญฺจํ เอตํปิ เฉตฺวาน ปริพฺพชนฺติ อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหาย ฯ ๓๔๖ ฯ

ท่านผู้รู้กล่าวว่า เครื่องจองจำชนิดนี้มั่นคง มักฉุดลากลงที่ต่ำ คล้ายผูกไว้หลวมๆแต่แก้ยากนัก ผู้รู้ทั้งหลายจึงทำลายเครื่องจองจำนี้เสีย ละกามสุขออกบวชโดยไม่ไยดี

This is a strong bond, says the wise, Down-hurling, loose but hard to untie.
This too they cut off and leave the world, With no longing, renouncing the sense-pleasures.

๑๔. เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ สยํ กตํ มกฺกฏโกว ชาลฺ เอตํปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา อนเปกฺขิโน สพฺพทุกฺขํ ปหาย ฯ ๓๔๗ ฯ

ผู้ถูกราคะครอบงำ ย่อมถลำลงสู่กระแสตัณหา เหมือนแมลงมุมตกลงไปยังใยที่ตนถักไว้เอง ผู้ฉลาดทั้งหลาย จึงทำลายเครื่องจองจำนี้ ละทุกข์ทั้งปวง ออกบวชโดยไม่ไยดี

They who are attached to lust fall back To (craving’s) streams as a spider self-spun web; This too the wise cut off and ‘go forth’, With no longing, leaving all sorrow behind.

๑๕. มุญฺจ ปุเร มุญฺจ ปจฺฉโต มชฺเฌ มุญฺจ ภวสฺส ปารคู สพฺพตฺถ วิมุตฺตมานโส น ปุน ชาติชรํ อุเปหิสิ ฯ ๓๔๘ ฯ

จงปล่อยวางทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน และอยู่เหนือความมีความเป็น เมื่อใจหลุดพ้นจากทุกอย่างแล้ว พวกเธอจักไม่เกิดไม่แก่อีกต่อไป

Let go the past, let go the future too, Let go the present and go beyond becoming. With mind released from everything, To birth-and-decay you shall come no more.

๑๖. วิตกฺกมถิตสฺส ชนฺตุโน ติพฺพราคสฺส สุภานุปสฺสิโน ภิยฺโย ตณฺหา ปวฑฺฒติ เอส โข ทฬฺหํ กโรติ พนฺธนํ ฯ ๓๔๙ ฯ

ผู้เป็นทาสวิตกจริต มีจิตกำหนัดยินดี ติดอยู่ในสิ่งที่สวยงาม มีแต่จะพอกความอยากให้หนา กระชับเครื่องพันธนาการให้แน่นเข้า

For him who is of restless mind, Who is of powerful passions, Who sees but the pleasurable, Craving increases all the more. Indeed he makes the bond strong.

๑๗. วิตกฺกูปสเม จ โย รโต อสุภํ ภาวยตี สทา สโต เอส โข พฺยนฺติกาหติ เอสจฺฉินฺทติ มารพนฺธนํ ฯ ๓๕๐ ฯ

ผู้ตั้งใจระงับความคิดฟุ้งซ่าน เจริญอสุภกรรมฐานวิธี มีสติทุกเวลา จักขจัดตัณหาหมดสิ้นไป ทำลายเครื่องผูกของมาร

He who delights in subduing thoughts, He who meditates on impurities of things, He who is ever full of mindfulness- It is he who will make an end of suffering And destroy the Mara’s bond.

๑๘. นิฏฺฐงฺคโต อสนฺตาสี วีตตณฺโห อนงฺคโณ อจฺฉินฺทิ ภวสลฺลานิ อนฺติโมยํ สมุสฺสโย ฯ ๓๕๑ ฯ

พระอรหันตฺผู้ลุถึงจุดหมายปลายทางแล้ว หมดความสุดุ้ง หมดกิเลสตัณหาแล้ว หักลูกศรคือกิเลสประจำภพแล้ว ร่างกายนี้เป็นร่างสุดท้ายของท่าน

He has reached the final goal, He is fearless, without lust, without passions.
He has broken the shafts of existence. Of such an arahant this body is his last.

๑๙. วีตตณฺโห อนาทาโน นิรุตฺติปทโกวิโท อกฺชรานํ สนฺนิปาตํ ชญฺญา ปุพฺพาปรานิ จ สเว อนฺติมสารีโร มหาปญฺโญ มหาปุรโสติ วุจฺจติ ฯ ๓๕๒ ฯ

หมดตัณหา ไม่ยึดมั่น ฉลาดในนิรุกติ รู้กลุ่มอักษรและรู้ลำดับหน้าหลัง ท่านผู้มีสรีระสุดท้ายนี้แล เรียกว่า มหาปราชญ์ และ มหาบุรุษ

Free from craving and grasping, Well-versed in analytical knowledge,
Knowing the texual orders and their sequence, He of his last body is, indeed, called One of great wisdom and a great man.

๒๐. สพฺพาภิภู สพฺพวิทูหมสฺมิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํ ฯ ๓๕๓ ฯ

เราเอาชนะทุกอย่าง เราตรัสรู้ทุกอย่าง เรามิได้ติดในทุกอย่าง เราละได้ทุกอย่าง เราเป็นอิสระเพราะสิ้นตัณหา เราตรัสรู้ด้วยตนเอง และจะอ้างใคร เป็นครูเราเล่า

All have I overcome, All do I know, From all am I detached, All have I removed, Thorougly freed am I Through the destruction of craving, Having realized all by myself, Whom shall I call my teacher?

๒๑. สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ สพฺพํ รสํ ธมฺมรโส ชินาติ สพฺพํ รตึ ธมฺมรตี ชินาติ ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ ฯ ๓๕๔ ฯ

ธรรมทาน ชนะทานทุกอย่าง รสพระธรรม ชนะรสทุกอย่าง ความยินดีในธรรม ชนะความยินดีทุกอย่าง ความสิ้นตัณหา ชนะทุกข์ทุกอย่าง

All gifts the gift of Truth excels. All tastes the taste of Truth excels. All delights the delight in Truth excels. All sorrows the end of craving excels.

๒๒. หนนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ โน จ ปารคเวสิโน โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ ฯ ๓๕๕ ฯ

โภคทรัพย์ ทำลายคนโง่ แต่ทำลายคนที่ใฝ่แสวงนิพพานไม่ได้ เพราะโลภในโภคทรัพย์ คนโง่ย่อมทำลายคนอื่น และ (ผลที่สุดก็ทำลาย) ตนเอง

Riches ruin the fool But not those seeking Nibbana. Craving for wealth, the foolish man Ruins himself by destroying others.

๒๓. ติณโทสานิ เขตฺตานิ ราคโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตราเคสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๖ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย ราคะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากราคะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Lust is the bane of mankind. Hence offerings made to lustless ones Yield abundant fruit.

๒๔. ติณโทสานิ เขตฺตานิ โทสโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตโทเสสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๗ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย โทสะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากโทสะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Hate is the bane of mankind. Hence offerings made to hateless ones Yield abundant fruit.

๒๕. ติณโทสานิ เขตฺตานิ โมหโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วีตโมเหสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย โมหะ ทำให้คนเสียหาย ฉะนั้น ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากโมหะ จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Delusion is the bane of mankind. Hence offerings made to delusionless ones Yield abundant fruit.

๒๖. ติณโทสานิ เขตฺตานิ อิจฺฉาโทสา อยํ ปชา ตสฺมา หิ วิคติจฺเฉสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ ฯ ๓๕๙ ฯ

หญ้า ทำให้ที่นาเสียหาย ความอยาก ทำให้คนเสียหาย ทานที่ถวายแก่ผู้ปราศจากความอยาก จึงมีผลมหาศาล

Weeds are the bane of fields, Thirst is the bane of mankind.
Hence offerings made to thirstless ones Yield abundant fruit.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
dmc.tv

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดคู่

หมวดคู่

1. มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฎฺฐา มโนมยา  มนสา เจ ปทุฎฺฌฐน  ภาสติ วา กโรติ วา ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ  จกฺกํว วหโต ปทํ ฯ2ฯ

ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง ใจเป็นใหญ่(กว่าสรรพสิ่ง) สรรพสิ่งสำเร็จได้ด้วยใจ ถ้าพูดหรือทำสิ่งใดด้วยใจชั่ว ความทุกข์ย่อมติดตามตัวเขา เหมือนล้อหมุนเต้าตามเท้าโค

Mind foreruns all mental conditions, Mind is chief, mind-made are they; If one speak or acts with a wicked mind, Then suffering follows him Even as the wheel the hoof of the ox.

2. มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฎฺฐา มโนมยา มนสา เจ ปสนฺเนน ภาสติ วา กโรติ วา ตโต นํ สุขมเนฺวติ ฉายาว อนปายินี ฯ2ฯ

ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง ใจเป็นใหญ่(กว่าสรรพสิ่ง) ถ้าพูดหรือทำสิ่งใดด้วยใจบริสุทธิ์ ความสุขย่อมติดตามเขา เหมือนเงาติดตามตน

Mind forerunr all mental conditions, Mind is chief,mind-made are they; If one speaks or acts with a pure mind, Then happiness follows him Even as the shadow that never leaves.

3. อกฺโกฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ เม เข จ ตํ อุปนยฺหนฺติ เวรํ เตสํ น สมฺมติ ฯ3ฯ

ใครมัวคิดอาฆาตว่า “มันด่าเรา มันทำร้ายเรา มันเอาชนะเรา มันขโมยของเรา” เวรของเขาไม่มีทางระงับ

‘He abused me, he beat me, He defeated me, he robbed me; In those who harbour such thoughts Hatred never ceases.

4. อกฺโกฉิ มํ อวธิ มํ อชินิ มํ อหาสิ มํ เข จ ตํ นูปนยฺหนฺติ เวรํ เตสูปสมฺมติ ฯ4ฯ

ใครไม่คิดอาฆาตว่า “มันด่าเรา มันทำร้ายเรา มันเอาชนะเรา มันขโมยของเรา” เวรของเขาย่อมระงับ

‘Heabused me, he beat me, He defeated me, he robbed me’ In those who harbour not such thoughts Hatred finds its end.
5. น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ อเวเรน จ สมฺมนฺติ เอส ธมฺโม สนนฺตโน ฯ5ฯ

แต่ไหนแต่ไรมา ในโลกนี้ เวรไม่มีระงับด้วยการจองเวร มีแต่ระงับด้วยการไม่จองเวร นี้เป็นกฎเกณฑ์ตายตัว

At any time in this world, Hatred never ceases by haterd, But through non-hatred it ceases, This is an eternal law.

6. ปเร จ น วิชานนฺติ มยเมตฺถ ยมามเส เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ ตโต สมฺมนฺติ เมธคา ฯ6ฯ

คนทั่วไปมักนึกไม่ถึงว่า ตนกำลังพินาศ เพราะวิวาททุ่มเถึยงกัน ส่วนผ้ร้ความจริงเช่นนั้น ย่อมไม่ทะเลาะกันอีกต่อไป

The common people know not That in this Quarrel they will perish, But those who realize this truth Have their Quarrels calmed thereby.

7. สุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ อินฺทฺริเยสุ อสํวุตํ โภชนมฺหิ อมตฺตญฺญุํกุสีตํ หีนวีริยํ ตํ เว ปสหตี มาโร วาโต รุกฺขํว ทุพฺพลํ ฯ7ฯ

มารย่อมสามารถทำลายบุคคล ผ้ตกดป็นทาสของความสวยงาม ไม่ควบคุมการแสดงออก ไม่ร้ประมาณในโภชนาหาร เกียจคร้านและอ่อนแอ เหมือนลมแรงพัดโค่นต้นไม้ที่ไม่แข็งแรง

As the wind overthrows a weak tree, So does Mara overpower him Who lives attached to sense pleasures Who liveswith his senses uncontrolled, Who knows not moderation in his food, And who is indolent and inactive.

8. อสุภานุปสฺสึ วิหรนฺตํ อินฺทฺริเยสุ สุสํวุตํ โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญุํสทฺธํ อารทฺธวีริยํ ตํ เว นปฺปสหตี มาโร วาโต เสสํว ปพฺพตํ ฯ8ฯ

มารย่อมไม่สามารถทำลายบุคคล ผู้ไม่ตกเป็นทาสของความสวยงาม รูจักควบคุมการแสดงออก รู้ประมาณในโภชนาหาร มีศรัทธา และมีความขยันหมั่นเพียร เหมือนลมไม่สามารถพัดโค่นภูเขา

As the wind does not overthrow a rocky mount, So Mara indeed does not overpower him Who lives unattached to sense pleasures, Who lives with his senses well-controlled, Who knows moderation in his food, And who is full of faith and high vitality.

9. อนิกฺกสาโว กาสาวํ โย วตฺถํ ปริทเหสฺสติ อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ ฯ9ฯ

คนที่กิเลสครอบงำใจ ไร้การบังคับตนเองและไร้สัตย์ ถึงจะครองผ้ากาสาวพัสตร์ ก็หาคู่ควรไม่

whosoever, not freed from defilements, Without self-control and truthfulness, Should put on the yellow robe- He is not worthy of it.

10. โย จ วนฺตกสาวสฺส สีเลสุ สุสมาหิโต อุเปโต ทมสจฺเจน ส เว กาสาวมรหติ ฯ10ฯ

ผู้หมดกิเลสแล้ว มั่นคงในศีล รู้จักบังคับตนเอง และมีสัตย์ ควรครองผ้ากาสาวพัสตร์แท้จริง

But he who discared defilements, Firmly established in moral precepts, Possessed of self-control and truth, Is indeed worthy of the yellow robe.

11. อสาเร สารมติโน สาเร จ อสารททสฺสิโน เต สารํ นาธิคจํฉนฺติ มิจฺฉาสงฺกปฺปโคจรา ฯ11น

ผู้ใดเห็นสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ว่าเป็นสาระ เห็นสิ่งที่เป็นสาระ ว่าไร้สาระ ผู้นั้นมีความคิดผิดเสียแล้ว ย่อมไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ

In the unessential they imagine the essential, In the essential they see the unessential; They who feed on wrong thoughts as such Never achieve the essential.

12. สารญฺจ สารโต ญตฺวา อาสารญฺจ อสารโต เต สารํ อธิคจฺฉนฺติ สมฺมาสงฺกปฺปโคจรา ฯ12ฯ

ผู้ที่เข้าใจสิ่งที่เป็นสาระ ว่าเป็นสาระ และสิ่งที่ไร้สาระว่าไร้สาระ มีความคิดเห็นชอบ ย่อมประสบสิ่งที่เป็นสาระ

Knowing the essential as the essential, And the unessential as the unessential, They who feed on right thoughts as such Achieve the essential.

13. ยถา อคารํ ทุจฺฉนฺนํ วุฎฺฐิ สมติวิชฺฌติ เอวํ อภาวิคํ จิตฺตํ ราโค สมติวิชฺฌติ ฯ13ฯ

เรือนที่มุงไม่เรียบร้อย ฝนย่อมไหลย้อยเข้าได้ ใจที่ไม่อบรมฝึกหัด ราคะกำหนัดย่อมครอบงำ

Even as rain into an ill-thatched house, Even so lust penetrates an undeveloped mind.

14. ยถา อคารํ สุจฺฉนฺนํ วุฎฺฐิ น สมติวิชฺฌติ เอวํ สุภาวิตํ จิตฺตํ ราโค น สมติวิชฺฌติ ฯ14ฯ

เรือนที่มุงเรียบร้อย ฝนย่อมไหลย้อยเข้าไม่ได้ ใจที่อบรมเป็นอย่างดี ราคะไม่มีวันเข้าครอบงำ

Even as rain gets not into a well -thatched house, Even so lust penetrates not a well-developed mind.

15. อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ โส โสจติ โส วิหญฺญติ ทิสิวา กมฺมกิลิฎฺฐมตฺตโน ฯ15ฯ

คนทำชั่วย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ คนทำชั่วย่อมเศร้าโศกในโลกหน้า คนทำชั่วย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง คนทำชั่วย่อมเศร้าโศกเดือดร้อนยิ่งนัก เมื่อมองเห็นแต่กรรมชั่วของตน

Here he grieves, hereaafter he grieves, In both worlds the evil-doer grieves; He mourns, he is afflicted, Beholding his own impure deeds.

16. อิธ โมทติ เปจฺจ โมทติ กตปุญฺโญ อุภยตฺถ โมทติ โส โมทติ ดส ปโมทติ ทิสฺวา กมฺมวิสุทฺธิมตฺตโน ฯ16ฯ

คนทำดีย่อมร่าเริงในโลกนี้ คนทำดีย่อมร่าเริงในโลกหน้า คนทำดีย่อมร่าเริงในโลกทั้งสอง คนทำดีย่อมร่าเริง เบิกบานใจยิ่งนัก เมื่อมองเห็นแต่กรรมบริสุทธิ์ของตน

Here he rejoices, hereafter he rejoices, In both worlds the well-doer rejoices; He rejoices, exceedingly rejoices, Seeing his own pure deeds.

17. อิธ ตปฺปติ เปจิจ ตปฺปติ ปาปการี อุภยตฺถ ตปฺปติ ปาปํ เม กตนิติ ตปฺปติ ภิยฺโย ตปฺปติ ทุคฺคตึ คโต ฯ17ฯ

คนทำชั่วย่อมเดือดร้อนในโลกนี้ คนทำชั่วย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า คนทำชั่ว ย่อมเดือดร้อนในโลกทั้งสอง เมื่อคิดได้ว่า ตนทำแต่กรรมชั่ว ตายไปเกิดในทุคติ ยี่งเดือดร้อนหนักขึ้น

Here he laments, hereafter he laments, In both worlds the evil-doer laments; Thinking; ‘Evil have I done’, thus he laments, Furthermore he laments, When gone to a state of woe.

18. อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ กตปุญฺโญ อุภยตฺถ นนฺทติ ปุญฺญํ เม กตนฺติ นนิทติ ภิยฺโย นนฺทติ สุคตึ คโต ฯ18ฯ

คนทำดีย่อมสุขใจในโลกนี้ คนทำดีย่อมสุขใจในโลกหน้า คนทำดีย่อมสุขใจในโลกทั้งสอง เมื่อคิดว่าตนได้ทำแต่บุยกุศล ย่อมสุขใจ ตายไปเกิดในสุคติ ยิ่งสุขใจยิ่งขึ้น

Here he is happy, hereafter he is happy, In both worlds the well-doer is happy; Thinking; ‘Good have I done’, thus he is happy, When gone to the state of bliss.

19. พหุมฺปิ เจ สํหิตํ ภาสมาโน น ตกฺกโร โหติ นโร ปมตฺโต โคโปว คาโว คณยํ ปเรสํ น ภาควา สามญฺญสฺส โหติ ฯ19ฯ

คนที่ท่องจำตำราได้มาก แต่มัวประมาทเสีย ไม่ทำตามคำสอน ย่อมไม่ได้รับผลที่พึงได้จากการบวช เหมือนเด็กเลี้ยงโค นับโคให้คนอื่นเขา

Though much he recites the Sacred Texts, But acts not accordingly, the heedless man is like the cowherd who counts others’kine; He has no share in religious life.

20. อปฺปมฺปิ เจ สํหิตํ ภาสมาโน ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี ราคญฺจ โทสญฺจ ปหาย โมหํ สมฺมปฺปชาโน สุวิมุตฺตจิตฺโต อนุปาทิยาโน อิธ วา หุรํ วา ส ภาควา สามญฺญสฺส โหติ ฯ20ฯ

ถึงจะท่องจำตำราได้น้อย แต่ประพฤติชอบธรรม ละราคะ โทสะ และโมหะได้ รู้แจ้งเห็นจริง มีจิตหลุดพ้น ไม่ยึดมั่น ถือมั่น ทั้งปัจจุบันและอนาคต เขาย่อมได้รับผลที่พึงได้จากการบวช

Though little he recites the Sacred Texts, But puts the precepts into practice, Forsaking lust, hatred and delusion,
With rigth knowledge, with mind well freed, Cling to nothing here or hereafter, He has a share in religious life.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
dmc.tv
bloggang.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต : หมวดความรัก

หมวดความรัก

๑. อโยเค ยุญฺชมตฺตานํ
โยคสฺมิญฺจ อโยชนํ
อตฺถํ หิตฺวา ปิยคฺคาหี
ปิเหตตฺตานุโยคินํ

พยายามในสิ่งที่ไม่ควรพยายาม
ไม่พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม
ละเลยสิ่งที่เป็นประโยชน์ ติดอยู่ในปิยารมณ์
คนเช่นนี้ก็ได้แต่ริษยาผู้ที่พยายามช่วยตัวเอง

Exerting oneself in what should be shunned,
Not exerting where one should exert,
Rejecting the good and grasping at the pleasant,
One comes to envy those who exert themselves.

๒. มา ปิเยหิ สมาคญฺฉิ
อปฺปิเยหิ กุทาจนํ
ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ
อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ

อย่าติดอยู่ในสิ่งที่เรารัก หรือไม่รัก
การพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เป็นทุกข์
การพบเห็นแต่สิ่งที่ไม่รัก ก็เป็นทุกข์

Be not attached to the beloved
And never with the unbeloved.
Not to meet the beloved is painful
As also to meet with the unbeloved.

๓. ตสฺมา ปิยํ น กยิราถ
ปิยาปาโย หิ ปาปโก
คนฺถา เตสํ น วิชฺชนฺติ
เยสํ นตฺถิ ปิยาปิยํ

เพราะฉะนั้น ไม่ควรรักสิ่งใด
เพราะพลัดพรากจากของรัก เป็นทุกข์
ผู้ที่หมดความรักและความไม่รักแล้ว
เครื่องผูกพัน ก็พลอยหมดไปด้วย

Therefore hold nothing dear,
For separation from the beloved is painful.
There are no bonds for those
To whom nothing is dear or not dear.

๔. ปิยโต ชายเต โสโก
ปิยโต ชายเต ภยํ
ปิยโต วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
ที่ใดมีของรัก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีของรัก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีของรักเสียแล้ว
โศกภัย ก็ไม่มี

From the beloved springs grief,
From the beloved springs fear;
For him who is free from the beloved
There is neither grief nor fear.

๕. เปมโต ชายเต โสโก
เปมโต ชายเต ภยํ
เปมโต วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความรักเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From love springs grief,
From love spring fear;
For him who is free from love
There is neither grief nor fear.

๖. รติยา ชายเต โสโก
รติยา ชายเต ภยํ
รติยา วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
ที่ใดมีความยินดี ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความยินดี ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความยินดีเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From attachment springs grief,
From attachment sprighs fear;
For him who is free from attachment
There is neither grief nor fear.

๗. กามโต ชายเต โสโก
กามโต ชายเต ภยํ
กามโต วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ

ที่ใดมีความใคร่ ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความใคร่ ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความใคร่เสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From lust springs grief,
From lust springs fear;
For him who is free from lust
There is neither grief nor fear.

๘. ตณฺหาย ชายเต โสโก
ตณฺหาย ชายเต ภยํ
ตณฺหาย วิปฺปมุตฺตสฺส
นตฺถิ โสโก กุโต ภยํ
ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความทะยานอยากเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

From craving springs grief,
From craving springs fear;
For him who is free from craving
There is neither grief no fear.

๙. สีลทสฺสนสมฺปนฺนํ
ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินํ
อตฺตโน กมฺมกุพฺพานํ
ตํ ชโน กุรุเต ปิยํ

ผู้ประพฤติดี มีความเห็นถูกต้อง
มั่นอยู่ในคลองธรรม พูดคำสัตย์
ปฏิบัติหน้าที่ของคนสมบูรณ์
คนย่อมเทิดทูนด้วยความรัก

He who is perfect in virtue and insight,
Is established in the Dharma;
Who speaks the truth and fulfills his won duty-
Him do people hold dear.

๑๐. ฉนฺทชาโต อนกฺขาเต
มนสา จ ผุโฏ สิยา
กาเมสุ อปฺปฏิพทฺธจิตฺโต
อุทฺธํโสโตติ วุจฺจติ

พระอนาคามีผู้ใฝ่พระนิพพาน
สัมผัสผ่านผลสามด้วยใจ
หมดปฏิพัทธ์รักใคร่ในกาม
จึงได้สมญานามว่า “ผู้ทวนกระแส”

He who has developed a wish for Nibbana,
He whose mind is thrilled 9with the Three Fruits),
He whose mind is not bound by sensual pleasures,
Such a person is called ‘Upstream-bound One”.

๑๑. จิรปฺปวาสึ ปุริสํ
ทูรโต โสตฺถิมคตํ
ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ
อภินนฺทนฺติ อาคตํ

บุรษผู้จากไปนาน
เมื่อกลับมาจากไพรัชสถานโดยสวัสดี
ญาติ และมิตรสหายย่อมยินดีต้อนรับ

After a long absence
A man returns home
Safe and sound from afar,
Kinsmen and friends gladly welcome him.

๑๒. ตเถว กตปุญฺญมฺปิ
อสฺมา โลกา ปรํ คตํ
ปุญฺญานิ ปฏิคณฺหนฺติ
ปิยํ ญาตึว อาคตํ

บุญที่ได้ทำไว้ในโลกนี้
ย่อมต้อนรับผู้ที่จากไป
เหมือนญาติที่รักมาจากที่ไกล
ฝูงชนย่อมเต็มใจต้อนรับ

Likewise, good deeds well receive the doer
Who has gone from here to the next world,
As kinsmen receive a dear friend on his return.

ขอบคุณที่มาข้อมูล
bloggang.com

พระพุทธศาสนสุภาษิต:หมวดความสุข

หมวดความสุข

-สุสุขํ วต ชีวาม เวริเนสุ อเวริโน เวริเนสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อเวริโน
     ในหมู่มนุษย์ ผู้จองเวรกัน พวกเราไม่จองเวรใคร ช่างอยู่สบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ผู้เต็มไปด้วยเวร พวกเราอยู่อย่างปราศจากเวร

-สุสุขํ วต ชีวาม อาตุเรสุ อนาตุรา อาตุเรสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อนาตุรา
     ในหมู่มนุษย์ ผู้มีกิเลส พวกเราหมดกิเลสแล้ว ช่างอยู่สุขสบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ ผู้มีกิเลส พวกเราอยู่ปราศจากกิเลส

-สุสุขํ วต ชีวาม อุสฺสุกฺเกสุ อนุสฺสุกา อุสฺสุกฺเกสุ มนุสฺเสสุ วิหราม อนุสฺสุกา
     ในหมู่มนุษย์ ผู้มีความกระวนกระวาย พวกเราไม่กระวนกระวาย ช่างอยู่เป็นสุขสบายจริงหนอ ในหมู่มนุษย์ ผู้มีความกระวนกระวาย พวกเราอยู่ปราศจากความกระวนกระวาย

-สุสุขํ วต ชีวาม เยสํ โน นตฺถิ กิญฺจนํ ปีติภกฺขา ภวิสฺสาม เทวา อาภสฺสรา ยถา
     พวกเราไม่มีกิเลสเศร้าหมองใจ ช่างอยู่สุขสบายจริงหนอ พวกเรามีปีติเป็นภักษาหาร เปรียบปานเหล่าอาภัสรพรหม

-ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต อุปสนฺโต ชยปราชยํ
     ผู้แพ้ย่อมก่อเวร ผู้พ่ายย่อมอยู่เป็นทุกข์ ผู้ละความแพ้และความพ่ายเสีย มีใจสงบระงับนั่นแหละเป็นสุข

-นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ นตฺถิ โทสสโม กลิ นตฺถิ ขนฺธสมา ทุกฺขา นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ
     ไม่มีไฟใดเสมอด้วยราคะ ไมีมีโทษใดเสมอด้วยโทสะ ไม่มีทุกข์ใดเสมอด้วยเบญจขันธ์ ไม่มีสุขใดเสมอด้วยความสงบ

-ปวิเวกรสํ ปิตฺวา รสํ อุปสมสฺส จ นิทฺทโร โหติ นิปฺปาโป ธมฺมปีติรสํ ปิวํ
     เมื่อได้ลิ้มรสแห่งวิเวก และรสพระนิพพานอันสงบ ได้ดื่มรสแห่งความอิ่มเอมในพระธรรม บุคคลย่อมจะหมดบาป หมดทุกข์ร้อน

-สาธุ ทสฺสนมริยานํ สนฺนิวาโส สทา สุโข อทสฺสเนน พาลานํ นิจฺจเมว สุขี สิยา ฯ
     การพบพระอริยเจ้าเป็นความดี การอยู่ร่วมกับท่านให้เกิดสุขทุกเมื่อ เมื่อไม่คบคนพาลเสียได้ คนเราพึงมีความสุขเป็นนิจนิรันดร์

-พาลสงฺคตจารี หิ ทีฆมทฺธาน โสจติ ทุกฺโข พาเลหิ สํวาโส อมิตฺเตเนว สพฺพทาธีโร จ สุขสํวาโส ญาตีนํว สมาคโม
     เพราะผู้คบคนพาล ย่อมเศร้าโศกนาน การอยู่ร่วมกับคนพาลมีแต่ความทุกข์ เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู การอยู่ร่วมกับนักปราญ์มีแต่ความสุข เหมือนสมาคมของญาติ

- ตสฺมา หิ ธีรญฺจ ปญญญฺจ พหุสฺสุตญจ โธรยฺหสีลํ วตวนฺตมริยํ ตํ ตาทิสํ สปฺปุริสํ สุเมธํ ภเชถ นกฺขตฺตปถํว จนฺทิมา
     เพราะฉะนั้นจึงควรประพฤติตามผู้เป็นปราชญ ผู้เฉียบแหลม ศึกษาเล่าเรียนมาก มีศีลาจารวัตร เรียบร้อย เป็นพระอริยะ เป็นสัตบุรุษ มีปัญญาดี เหมือนพระจันทร์ไปตามทางของกลุ่มนักขัตฤกษ์

•  ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ทั้งหลาย นำสุขมาให้
•  ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว หลับและตื่นย่อมเป็นสุข
•  ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี
•  ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก
•  การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้
•  ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข
•  นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
•  จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล
•  ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
•  การประพฤติประโยชน์กับคนไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่นำสุขมาให้เลย
•  ความดี โจรลักไม่ได้
•  คนเรานี้ ถ้ามีอันทำชั่วลงไป ก็อย่าพึงทำความชั่วนั้นซ้ำเข้าอีก
•  บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ
•  ความชั่ว ไม่ทำเสียเลย จะดีกว่า
•  ความดี ทำไว้แล จะดีกว่า
•  อย่าดูหมิ่นความชั่วว่าเล็กน้อย คงจักไม่มีผลมาถึงตัว
•  สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
•  ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว
•  ธรรมนั่นแหละ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
•  ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำมาซึ่งความสุข
•  ผู้อิ่มในธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
•  เกียรติไม่ทิ้งผู้ตั้งอยู่ในธรรม
•  ผู้ประพฤติธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
•  กรรมไม่ดี ย่อมเผาผลาญในภายหลัง
•  การสร้างสมความดี นำสุขมาให้
•  ไม่ควรทำบาป แม้เพราะเห็นแก่กิน
•  การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตนนั้นทำง่าย
•  ความดี คนชั่ว ทำยาก
•  ความดี คนดี ทำง่าย
•  ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุญ นี้เป็นชื่อของความสุข
•  ถึงคราวจะสิ้นชีพ บุญก็ช่วยให้เป็นสุข
•  การไม่ทำความชั่ว ย่อมก่อให้เกิดความสุข
•  ความชั่ว คนชั่ว ทำง่าย
•  เพราะน้ำหยดทีละน้อย หม้อน้ำก็ยังเต็มได้
•  ความดีที่ทำไว้เองนี้แหละ เป็นทรัพย์ส่วนของตัวโดยเฉพาะ
•  ตายเพราะชอบธรรมดีกว่า อยู่อย่างไม่ชอบธรรม จะมีค่าอะไร
•  กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือ ให้ทราม และประณีต
•  ความดีที่ทำไว้เองเป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า
•  ทำกรรมใดแล้ว ไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลดี
•  อย่าพึงสร้างความพอใจในความชั่วนั้น การสั่งสมความชั่ว เป็นการก่อความทุกข์
•  ทำกรรมใดแล้ว ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลไม่ดี
•  ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตน โดยทางไม่ชอบธรรม
•  ธีรชนสร้างความดีทีละน้อย ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดี
•  การใดเป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแลทำได้ยากยิ่ง
•  พาลชนสร้างสมความชั่วทีละน้อย ก็เต็มเพียบไปด้วยความชั่ว
•  การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้เพียบพร้อม การชำระจิตของตนให้ผ่องใส สามนี้ คือคำสอนของพระพุทธเจ้า
•  คนมีความชั่วย่อมเดือนร้อน เพราะกรรมของตน
•  ไม่ได้แต่ชอบธรรมดีกว่า ถึงได้แต่ไม่ชอบธรรมจะดีอะไร
•  บัณฑิตไม่ประกอบความชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว
•  บัณฑิตนั้น ถึงถูกทุกข์กระทบ ถึงพลาดพลั้งลงก็คงสงบอยู่ได้ และ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะชอบหรือชัง
•  ช่างดอกไม้ ร้อยพวงมาลัยได้มากมาย จากดอกไม้กองหนึ่ง ฉันใด คนเรา เกิดมาแล้วก็ควร สร้างความดีงามให้มาก ฉันนั้น
•  บุคคลใดเคยทำกรรมชั่วไว้ แล้วกลับตัวได้ หันมาทำดีปิดกั้น บุคคลนั้นย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์อันพ้นจากเมฆหมอก
•  บุคคลใดในกาลก่อนเคยผิดพลาด ครั้นภายหลังเขากลับตัวได้ไม่ประมาท บุคคลนั้น ย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์ อันพ้นจากเมฆหมอก
•  พึงสละทรัพย์ เพื่อเห็นแก่อวัยวะ พึงสละอวัยวะ ในเมื่อจะรักษาชีวิต พึงสละได้หมด ทั้งอวัยวะ ทรัพย์ และ ชีวิต ในเมื่อคำนึงถึงธรรม

ขอบคุณที่มาข้อมูล
baanjomyut.com
bloggang.com

พุทธศาสนสุภาษิต : หมวดการชนะ

หมวดการชนะ
meditation

-สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ : การให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
-สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ : รสแห่งธรรมะ ย่อมชนะรสทั้งปวง
-ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ : ความสิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
-ชิเน กทริยํ ทาเนน  : พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้
-ชยํ เวรํ ปสวติ : ผู้ชนะ ย่อมก่อเวร
-อสาธํ สาธุนา ชิเน : พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี
-อกฺโกเธน ชิเน โกธํ  : พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
-ตํ โข ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ นาวชิยฺยติ : ความชนะใดที่ชนะแล้วไม่กลับแพ้ ความชนะนั้นดี
-สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ : ความยินดีในธรรมะ ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
-น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ : อวชิยฺยติ. ความชนะใดที่ชนะแล้ว กลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี

ขอบคุณที่มาข้อมูล
baanjomyut.com
dhammathai.org

ขอบคุณที่มารูปภาพ
oknation.net

Creative Commons LicenseThis blog is personal use only,not for commercial purposed. All trademarks used are properties of their respective owners.
อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช่เพื่อการค้า และต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ทั้งชื่อและ ลิงค์ไปยังหน้าของผลงานที่ทำไปเผยแพร่ Powered by wordpress.org
and Wordpress Themes by conference call of conference call services.
Entries (RSS) and Comments (RSS).

เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง